
สู้รบตะวันออกกลางยังระอุ! เตือนคนไทยพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพโดยเร็วที่สุด
วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.48 น.
สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน เตือนคนไทยพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพ โดยคนไทยจากอิหร่าน กลุ่มแรก 62 คน เตรียมกลับไทย 9 มี.ค.นี้
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 8 มี.ค.2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ภาพรวมยังคงมีความรุนแรงและตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน และคูเวต ขณะที่มีรายงานการโจมตีในหลายจุดของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ขยายการโจมตีไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค และจะมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้ต่อไปจนกว่าการโจมตีอิหร่านจะยุติลง หรือจนกว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการตามหน้าที่
ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีรายงานการใช้โดรนโจมตีถังเก็บน้ำมันในคูเวต และการโจมตีโรงผลิตน้ำจืดในบาห์เรน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังระบุว่าอาจมีการโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และอาจพิจารณาขยายเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการโจมตี ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับสถานการณ์การเปิด–ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน แม้ว่ากาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้า แต่สายการบินกาตาร์แอร์เวย์สได้เริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉิน เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้างบางส่วนแล้ว ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน นายปาณิดลเปิดเผยว่า คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานจำนวน 62 คน นำโดย น.ส.ชญานิษฐ์ ประเสริฐผล ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงประเทศตุรกีอย่างปลอดภัยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อำนวยความสะดวกในการผ่านพิธีการเข้าเมือง
ทั้งนี้ คนไทยกลุ่มแรกมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ขณะที่กลุ่มถัดไปจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 10 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีกส่วนหนึ่งในอิหร่านที่มีกำหนดเดินทางทางบกไปยังตุรกีในวันที่ 10 มีนาคม โดยกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปฏิบัติการอพยพเป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐบาลในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ
พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนว่า แม้การแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกสามารถทำได้ แต่ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง การนำเสนอข่าวสารต่อสาธารณชนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในขณะที่ยังมีคนไทยอาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งความปลอดภัยของคนไทยถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในขณะนี้