เวียดนามจ่อหั่นภาษีนำเข้าน้ำมันเหลือ 0% รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

เวียดนามจ่อหั่นภาษีนำเข้าน้ำมันเหลือ 0% รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

9 มี.ค. 2569 16:13 น.

เวียดนามจ่อหั่นภาษีนำเข้าน้ำมันเหลือ 0% รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง

รัฐบาลเวียดนามเตรียมบังคับใช้มาตรการฉุกเฉิน ยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกอย่างหนัก ดันราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% ขณะที่สถานีบริการน้ำมันบางแห่งเริ่มทยอยปิดตัวเนื่องจากน้ำมันขาดแคลน

กระทรวงการคลังของเวียดนามเปิดเผยว่า กำลังพิจารณาแผนร่างกฤษฎีกาเพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภทลงเหลือร้อยละ 0 เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศและสร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงทางพลังงาน หลังราคาพลังงานโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง

แถลงการณ์จากกระทรวงการคลังระบุว่า หากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลกยังคงดำเนินต่อไป จะทำให้แหล่งอุปทานน้ำมันในตลาดโลกขาดแคลนและผลักดันให้ราคาสูงขึ้นอีก โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อน ราคาน้ำมันในเวียดนามได้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนรัฐบาลต้องประกาศใช้ระเบียบวาระราคาสถานการณ์ฉุกเฉิน

สื่อรัฐบาลเวียดนามรายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซินเกรดที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในประเทศพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 21 มาอยู่ที่ 27,040 ดอง (ประมาณ 33.03 บาท) ต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะยานสูงถึงกว่าร้อยละ 50

ปัจจุบัน เวียดนามจัดเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วที่ร้อยละ 10 และภาษีน้ำมันดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และน้ำมันก๊าดที่ร้อยละ 7 ซึ่งภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ ภาษีทั้งหมดจะถูกยกเลิกชั่วคราวจนถึงสิ้นเดือนเมษายน หากได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล

แม้ปัจจุบันเวียดนามจะยังไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในวงกว้าง แต่มีรายงานว่าสถานีบริการน้ำมันขนาดเล็กหลายสิบแห่งเริ่มปิดให้บริการชั่วคราวหรือลดเวลาทำการลงเนื่องจากปริมาณน้ำมันในสต็อกลดน้อยลง ด้านประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยชาวนครโฮจิมินห์รายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “ราคาน้ำมันสูงเสียดฟ้าในขณะที่เงินเดือนเท่าเดิม ผมคงต้องเริ่มเดินไปทำงานแทนแล้ว”

ทั้งนี้ วิกฤตการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่รัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อต้นปี 2022 ทำให้รัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ จี7 จะจัดประชุมฉุกเฉินในวันนี้ เพื่อเพื่อหารือเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรองร่วมกัน เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น.

ที่มา AFP

Leave a comment