ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุม

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุม

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุม

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.28 น.

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) สำหรับวันเรียกประชุมรัฐสภา มอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรีเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว (จำนวน 475 คน) ให้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน มาตรา 84 บัญญัติให้ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว (จำนวน 475 คน) หากมีความจำเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้ และมาตรา 85 วรรคสี่ บัญญัติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด

ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง (ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569) ประกอบกับมาตรา 121 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป (ภายในวันที่ 22 เมษายน 2569) ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกและมาตรา 122 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสี่ บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภาทรงเปิดและทรงปิดประชุม โดยพระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้วหรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้ ทั้งนี้ การเรียกประชุมให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สลค. จึงได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ขึ้น (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) และได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรี เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว เพื่อจะได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

Leave a comment