
10 มี.ค. 2569 11:43 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สิงคโปร์อายัดทรัพย์ 4 พันล้าน บุกทลาย บ.จัดการกองทุน พัวพันเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
ตำรวจและหน่วยงานกำกับการเงินสิงคโปร์เปิดปฏิบัติการบุกตรวจค้นบริษัท Capital Asia Investments (CAI) หลังพบพิรุธเอี่ยวเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สั่งอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและหลักทรัพย์รวมกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือเกือบ 4 พันล้านบาท พร้อมรวบตัว 2 ผู้อำนวยการบริษัทดำเนินคดี
ทางการสิงคโปร์เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมทางการเงินครั้งใหญ่ โดยเป็นการร่วมมือระหว่างกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เข้าตรวจสอบบริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาตรายหนึ่ง หลังต้องสงสัยว่าพัวพันกับขบวนการฟอกเงิน โดยมีการสั่งอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 3,988 ล้านบาท)
แถลงการณ์ร่วมของหน่วยงานระบุว่า ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัท Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้อำนวยการบริษัทจำนวน 2 ราย
ด้าน MAS เปิดเผยว่า ได้ทำการตรวจสอบกิจกรรมของบริษัทดังกล่าวหลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่อาจผิดกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่าบริษัทมี “ข้อบกพร่องร้ายแรงในการควบคุม” โดยเฉพาะการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ขณะที่กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ระบุเพิ่มเติมว่า ได้รับข้อมูลข่าวกรองทางการเงินจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่ต้องสงสัย เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ Capital Asia Investments และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยระบุว่าเงินที่ได้จากการกระทำความผิดนั้นมาจากกิจกรรมอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งในต่างประเทศ รวมถึงขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋น หรือ สแกมเมอร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลและขยายผลการสอบสวน
สำหรับบทลงโทษในความผิดฐานฟอกเงินในสิงคโปร์ มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ความผิดภายใต้พระราชบัญญัติบริการทางการเงินและตลาดปี 2022 มีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และอาจมีค่าปรับเพิ่มเติมหากยังคงกระทำความผิดต่อไป
แถลงการณ์ระบุว่า “สิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันไม่ให้บุคคลหรือองค์กรใดๆ ใช้ระบบการเงินของประเทศเพื่อการฟอกเงินหรือกิจกรรมอาชญากรรมอื่นๆ โดยตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด”.
ที่มา CNA