
10 มี.ค. 2569 14:49 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยืนยันจะเป็นผู้กำหนดจุดจบของสงครามเอง ประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว เมินคำขู่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ประกาศจะถล่มคืน 20 เท่าหากปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านตัดเยื่อใย ปฏิเสธเจรจาสหรัฐฯ หลังถูกเปิดฉากโจมตีทั้งที่การหารือมีความคืบหน้า
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงยืนยันจุดยืนแข็งกร้าวในการระงับการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางไปยังกลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ตราบใดที่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านยังคงดำเนินต่อไป
นายอาลี โมฮัมหมัด นาอินี โฆษก IRGC ระบุผ่านสำนักข่าวทัสนิมว่า “กองทัพอิหร่านจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวจากภูมิภาคนี้ไปยังฝ่ายศัตรูและพันธมิตร จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง” พร้อมย้ำว่าความพยายามของสหรัฐฯ ในการควบคุมราคาน้ำมันจะเป็นเรื่องสูญเปล่า เพราะภายใต้สภาวะสงคราม “การค้าต้องขึ้นอยู่กับความมั่นคง”
นอกจากนี้ IRGC ยังได้ยื่นข้อเสนอต่อประเทศในอาหรับและยุโรปว่า หากประเทศใดดำเนินการขับไล่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และอิสราเอลออกจากดินแดนของตน จะได้รับ “อิสระและอำนาจเต็ม” ในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
ชนวนเหตุของสงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเสียชีวิต และขยายวงกว้างไปทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องหยุดชะงักลงอย่างรุนแรงจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซ้ำหลายครั้ง
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตอบโต้ โดยขู่ว่าจะตอบโต้กลับ “หนักกว่าเดิมถึง 20 เท่า” หากอิหร่านขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมัน และคาดการณ์ว่าสงครามจะจบลงเร็วกว่ากำหนด 4 สัปดาห์ที่เขาวางไว้ แม้จะยังไม่มีการนิยามคำว่า “ชัยชนะ” ที่ชัดเจนก็ตาม ขณะที่อิสราเอลระบุเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการโค่นล้มระบอบการปกครองโดยนักการศาสนาของอิหร่าน
ทางด้าน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ PBS ของสหรัฐฯ ว่าอิหร่านไม่มีแผนที่จะกลับไปเจรจากับสหรัฐฯ อีก เนื่องจาก “ประสบการณ์อันขมขื่น” ในอดีต โดยระบุว่าแม้การเจรจา 3 รอบที่ผ่านมาจะมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่สหรัฐฯ กลับตัดสินใจโจมตีอิหร่านในที่สุด
สำหรับสถานการณ์ด้านพลังงาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ผันผวนอย่างหนัก โดยพุ่งสูงขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในปี 2022 ก่อนจะร่วงลงกว่า 10% ในวันนี้ (10 มี.ค.) หลังจากทรัมป์ระบุว่าอาจมีการยกเว้นการคว่ำบาตรน้ำมันต่อ “บางประเทศ” ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าอาจหมายถึงการผ่อนปรนให้น้ำมันจากรัสเซียเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพลังงานโลก
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มมีการระดมโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีพลเรือนชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,332 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก.