
‘เท้ง’สั่งรับมือ คดี44สส.ชงแก้ม.112 ผวา10ปชน.ชะตาขาด
วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
“เท้ง-ณัฐพงษ์” ไม่กังวล ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา ฟัน 44 อดีตสส.ยุคก้าวไกล คดีมีเอี่ยวแก้ม.112 กระทบ สส.พรรคประชาชน ปัจจุบัน 10 คน ที่อาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ระบุเตรียมการไว้หมดแล้ว ยันความบริสุทธ์ ด้าน“หมอวาโย”เชื่อ ป.ป.ช.ยังต่อลมหายใจ ชะลอยื่นต่อศาลฎีกา
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามโปรแกรม วันที่ 9 มีนาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยมีกำหนดการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้วินิจฉัยกรณีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีการร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ซึ่งฝ่ายกฎหมายของ ป.ป.ช. กำลังเร่งเรียบเรียงคำฟ้องโดยอ้างอิงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีเจตนา “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” สถาบันหลักของชาติ โดยเป็นการกระทำที่มีเจตนาร่วมกันและไม่สามารถแยกแยะการกระทำเป็นรายบุคคลได้ ตามมติเอกฉันท์ที่ได้ชี้มูลความผิดไว้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อให้ทันกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้
วิกฤตการณ์ทางกฎหมายในครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของพรรคประชาชน เนื่องจากหากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา จะส่งผลให้ สส. ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่ม 44 คน และยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันจำนวน 10 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ รวมถึงแกนนำคนสำคัญและฟันเฟืองหลักในการทำงานสภาฯ ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พร้อมด้วย สส. บัญชีรายชื่อและ สส. เขต อย่างนายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
โดยทางพรรคได้มีการวางแผนสำรองเพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการเตรียมเลื่อนผู้สมัครรับเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไป อาทิ นางสาวธนพร วิจันทร์ และ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนเพื่อรักษาจำนวนเสียงสมาชิกในสภาฯ ไม่ให้ลดน้อยลงไป
ขณะที่กระแสการปรับทัพใหม่มีแนวโน้มผลักดันแกนนำรุ่นใหม่หรือ “แถวที่ 4” อย่าง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ขึ้นมานำทัพแทน พร้อมทั้งมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวทางการเมืองจากการประนีประนอมมาเป็นการปลุกอุดมการณ์ “2475” เพื่อต่อสู้กับสิ่งที่พรรคเรียกว่า “รัฐพันลึก” อย่างเต็มพิกัด
ในประเด็นดังกล่าว นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า เราไม่ได้กังวล แต่ไม่ได้ประมาท ยืนยันตามความบริสุทธิ์ของเราในการทำหน้าที่ สส.ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรที่จะทำให้เราต้องโดนคดีแบบนี้
“คงต้องหารือกันภายในพรรค เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 คน จะเดินหน้าทำงานในสภากันต่ออย่างไร เพื่อให้การทำงานในฐานะ สส.ไม่สะดุดลง”นายณัฐพงษ์ กล่าว
ต่อข้อถามว่าแสดงว่าเตรียมคนที่จะขึ้นมาแทนหาก 10สส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เตรียมกระบวนการ เตรียมวิธีการไว้หมดแล้ว แต่ตัวบุคคลต้องเป็นกระบวนการภายใน อาจจะต้องหารือกับที่ประชุม สส.พรรคก่อน สุดท้ายหากเกี่ยวกับตำแหน่งผู้บริหารพรรคต้องออกมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งเราวางแผนไว้ว่าจะประชุมกันในช่วงเดือน เม.ย. นี้
เมื่อถามว่ามีการมองว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นนายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะไปบอกแทนเพื่อนสมาชิกได้ เราพยายามออกแบบกระบวนการ แต่ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล จะออกมาเป็นชื่อใครก็แล้วแต่การตัดสินใจของสมาชิกพรรค
ด้านนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายกฎหมาย อธิบายเพิ่มเติมถึงกรอบเวลา 9 มี.ค.ในการส่งคำร้องคดี 44 สส.ของป.ป.ช.ต่อศาลฎีกาว่า ความจริงแล้วไม่ใช่วันที่ 9 มี.ค.
นพ.วาโย อธิบายว่ากรอบเวลา 1 เดือน และ 30 วัน ในทางกฎหมายนั้นแตกต่าง การนับ 1 เดือนนั้น ต้องไม่ลืมว่าเดือน ก.พ.มีเพียง 28วัน หากนับ 30วัน กรอบเวลาของการยื่นคำร้องย่อมตรงกับวันที่ 11 มี.ค. อย่างไรก็ตาม นพ. วาโยยังระบุว่า ตามกฎหมายเกี่ยวกับ ป.ป.ช. สามารถขยายเวลายื่นคำร้องได้ต่อไปเรื่อยๆ หากมีเหตุผลรองรับ
วันเดียวกันกัน ศาลจังหวัดระยองสั่งจำคุก นายนครชัย ขุนณรงค์อดีต สส.ระยอง ก้าวไกล 2ปี สารภาพเหลือติด1 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานเเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ทั้งที่เคยต้องโทษจำคุก 1ปี 6 เดือนมาก่อน เพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง20 ปี รวมทั้งคืนเงินประจำตำแหน่งกว่า 4 แสน
อย่างไรก็ตามนายนครชัย ได้วางหลักทรัพย์ประกันตัว 1.5 แสนบาทศาลอนุญาตให้ไปสู้คดีต่อในชั้นอุทธรณ์คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม2568 ศาลจังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาคดีแพ่งให้จำเลยชดใช้ฐานทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินจำนวน7,735,942บาทรวมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท