เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน หลังสงครามอิหร่านทำราคาพุ่ง-ขาดตลาด

เวียดนามวอนประชาชน "ทำงานที่บ้าน" ประหยัดน้ำมัน หลังสงครามอิหร่านทำราคาพุ่ง-ขาดตลาด

10 มี.ค. 2569 13:18 น.

เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน หลังสงครามอิหร่านทำราคาพุ่ง-ขาดตลาด

กระทรวงพาณิชย์เวียดนามออกโรงขอความร่วมมือภาคธุรกิจ หนุนพนักงานทำงานจากบ้าน หรือ  Work from Home ลดการใช้รถส่วนตัวเพื่อประหยัดการใช้น้ำมัน หลังสงครามในตะวันออกกลางพ่นพิษ ทำราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด ด้านนายกฯ เร่งต่อสายตรงกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับขอนำเข้าด่วน พร้อมสั่งยกเว้นภาษีนำเข้าถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ภาคธุรกิจในท้องถิ่นส่งเสริมให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการประหยัดเชื้อเพลิง ท่ามกลางวิกฤตการหยุดชะงักของอุปทานและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน

รัฐบาลเวียดนามระบุว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการขาดแคลนเชื้อเพลิง เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยในแถลงการณ์วันนี้ (10 มี.ค.) ระบุว่า สถานประกอบการควรสนับสนุนการทำงานจากที่บ้านตามความเหมาะสมเพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางและการขนส่ง นอกจากนี้ยังแนะนำให้ภาคธุรกิจปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ ลดการตีรถเปล่า และเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียน

สำหรับภาคประชาชน รัฐบาลขอความร่วมมือให้จำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เปลี่ยนมาใช้ระบบคาร์พูล (Carpool) หรือการเดินทางร่วมกันโดยรถยนต์คันเดียวกันระหว่างบุคคลที่มีเส้นทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมแนะนำวิธีประหยัดน้ำมัน เช่น ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนาน หลีกเลี่ยงการเบรกหรือเร่งกะทันหัน และหันมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง E5 และ E10

ข้อมูลจาก Petrolimex ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เผยสถิติว่านับตั้งแต่สิ้นเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามพุ่งขึ้นแล้ว 32% น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 56% และน้ำมันก๊าดพุ่งสูงถึง 80% ส่งผลให้เกิดภาพแถวยาวเหยียดของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่รอคิวเติมน้ำมันในกรุงฮานอย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋ง ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับผู้นำของคูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขอความมั่นใจในการจัดส่งเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบให้กับเวียดนาม โดยเฉพาะการเจรจากับนายกรัฐมนตรีคูเวตเพื่อขอให้ประสานงานส่งน้ำมันดิบให้เวียดนามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตัดสินใจยกเว้นภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงทุกประเภท โดยมีผลบังคับใช้ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้

ทางกระทรวงฯ ยังได้ขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจ “ห้ามกักตุนหรือเก็งกำไร” น้ำมัน และขออย่าให้ตื่นตระหนกจนเกินไป พร้อมทั้งขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบสถานีบริการน้ำมันที่กระทำผิดกฎหมาย เช่น หยุดขายโดยไม่มีเหตุผล หรือขายเกินราคาที่กำหนด

ปัจจุบัน ความต้องการน้ำมันในเวียดนามปี 2025 คาดว่าจะอยู่ที่ 28.6 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะมีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ 2 แห่ง คือ Nghi Son และ Binh Son แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 60% ตั้งแต่ต้นปี ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนักวิเคราะห์คาดว่าอาจแตะ 140 ดอลลาร์หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดรัฐบาลเวียดนามได้ระดมน้ำมันสำรองจำนวน 4 ล้านบาร์เรลจากพันธมิตรเพื่อบรรเทาสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว.

ที่มา Reuters / VnExpress

Leave a comment