ศบก.เผย ช่วยคนไทย ในตะวันออกกลางแล้ว 381 คน เร่งอพยพคนไทยเดินทางกลับ

ศบก.เผย ช่วยคนไทย ในตะวันออกกลางแล้ว 381 คน เร่งอพยพคนไทยเดินทางกลับ

ศบก.เผย ช่วยคนไทย ในตะวันออกกลางแล้ว 381 คน เร่งอพยพคนไทยเดินทางกลับ

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

บัวแก้ว เผย คนไทยล็อตสองถึงไทย 12 มี.ค. ข่าวดี เอทิฮัด เปิดเส้นทาง ยูเออี ถึง กทม.-ภูเก็ต ระบายคนตกค้าง 

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะที่ อิหร่าน อิรัก อิสราเอลและเลบานอนที่ถูกโจมตีอย่างหนักช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนในประเทศที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และกาตาร์ที่มีแนวโน้มความรุนแรงลดลงในระดับหนึ่ง ส่งผลให้มีเที่ยวบิน ทั้งเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินพาณิชย์แบบจำกัด บินออกจากประเทศในภูมิภาคมากขึ้น

นายปาณิดล กล่าวว่า การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงซึ่งเป็นภารกิจหลักของกระทรวงการต่างประเทศก็มีความคืบหน้า ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงกว่า กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปภูมิภาคตะวันออกกลาง พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ในส่วนประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มที่อพยพชุดแรกจากอิหร่านได้เดินทางถึงกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพครบแล้ว ส่วนคนไทยในอิหร่านจำนวน 68 คน ที่อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ได้เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ประเทศตุรกี เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนไทยชุดที่ 2 จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค.และกลุ่มที่สอง จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งทางกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง อังการา ประเทศตุรกี กำลังอยู่ระหว่างการประสานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มนี้ ในส่วนของประเทศอิรัก ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะเดินทางออกจากอิรัก ผ่านการประสานงานกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง อัมมาน ประเทศจอร์แดน เพื่อให้มาถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ที่เมืองวาน ประเทศตุรกี 
 
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับยูเออีมีรายงานว่า สายการบินเอทิฮัด ประกาศเปิดเที่ยวบินไปกรุงเทพฯและภูเก็ต เส้นทางละหนึ่งเที่ยวต่อวัน จนถึงวันที่ 12 มี.ค. และจะมีแผนกลับมาบินในเส้นทางเชียงใหม่และกระบี่ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง อาบูดาบี และสถานกุงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จะอำนวยความสะดวกและแจ้งข่าวสารให้คนที่อยู่ในยูเออีอย่างใกล้ชิด ในส่วนของกาตาร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ประสานให้คนไทยที่ต้องค้างทั้งหมด ซึ่งประสงค์จะกลับไทยจำนวน 24 คน เดินทางด้วยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ ในเส้นทาง กรุงโดฮา-กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้างซึ่งจะถึงกรุงเทพฯในคืนวันที่ 11 มี.ค. และคนไทยในกาตาร์ทุกคนที่ประสงค์จะกลับไทย โดยเที่ยวบินดังกล่าวสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรง รวมถึงสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินกลับไทยผ่านจุดแวะพักอื่นๆ ที่มีจำหน่ายได้เช่นกัน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันแล้ว และขณะนี้คนไทยจำนวนมากได้สำรองที่นั่งแล้ว 

นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูลและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ ยังคงอำนวยความสะดวกดูแลให้คำแนะนำประสานงานกับสายการบิน และมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศในพื้นที่ที่สามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยและไปประเทศที่สามเพื่อกลับทางอากาศต่อไปได้ 
 
นายปาณิดล กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ติดค้างที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางรวมแล้วประมาณ 381 คน นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง เทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้ออกแจ้งเตือนว่า ได้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต หลอกลวงให้โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย ย้ำว่าสถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกับประเทศไทย ขอให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยติดต่อสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่ที่รับผิดชอบประเทศนั้นๆ ผ่านช่องทางกลางเท่านั้น ขอยืนยันว่าประเทศไทยยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอให้ทุกฝ่ายเลือกใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง ทั้งนี้ ความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เป็นที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ กระทรวงการต่างประเทศโดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ในการอพยพออกจากพื้นที่อันตรายรวมถึงให้คำแนะนำและด้านต่างๆ แก่พี่น้องคนไทยต่อไป

Leave a comment