
ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยกฟ้อง ช่อ พรรณิการ์ ไม่ผิดพรบ.คอมพ์ โพสต์เพลงยาว
วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.21 น.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง ช่อ พรรณิการ์พ้นผิดพ.ร.บ.คอมฯ โพสต์เฟซบุ้ก เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ศาลชี้ยังไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นตามรธน.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ห้องพิจารณา 608 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำอ.567/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้องน.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ พรรณิการ์กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศก หรือก่อให้เกิดความตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(2) และ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 มาตรา 8
โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน2556 – 9 มิถุนายน2562 จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของจำเลย ด้วยข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเรื่องเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา อันเป็นเท็จ และเป็นการกระทบกระเทือนต่อจิตใจประชาชนไทยทั่วไป ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนและส่งผลกระทบกระเทือนถึงจิตใจและเกิดการตื่นตระหนกตกใจกับประชาชนทั้งในด้านเศรษฐกิจความมั่นคงของประเทศ สาธารณะ
จำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และอื่นๆ
อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา องค์การค้าคุรุสภา เคยนำมาตีพิมพ์เผยแพร่แก่ประชาชนมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งการกระทำของจำเลยไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อระบบสาธารณูประโภค และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ตามรัฐธรรมนูญ
การกระทำของจำเลยจึงไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยมานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ภายหลัง นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้อัยการฟ้องน.ส.พรรณิการ์ตั้งแต่ปี 2565 จากการโพสต์ข้อความเพลงยาวพยากรณ์ในสมัยที่ยังเป็นนิสิต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อปี 2566 จนกระทั้งวันนี้ศาลอุทธรณ์ก็เห็นพ้องกับที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าไม่มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพของตนเอง ซึ่งเพลงยาวพยากรณ์สมัยกรุงศรีอยุธยามีเนื้อหาที่เกี่ยวกับระบบการปกครองในสมัยนั้น อยู่ในแบบเรียนและพงศาวดารซึ่งน.ส.พรรณิกาก็นำมาโพสต์จากส่วนนั้น
เมื่อถามว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จะมีขั้นตอนอย่างไรต่อไป นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า จะมีการปรึกษากันอีกครั้งเพราะเรื่องนี้ตัวน.ส.พรรณิการ์เสียหาย ส่วนที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน กฎหมายบัญญัติเอาไว้ว่าคู่ความไม่สามารถยื่นฎีกาได้ แต่โจทก์ในคดีนี้เป็นพนักงานอัยการมีช่องว่าหากอัยการสูงสุดมีความเห็นอนุญาตให้ฎีกา ก็สามารถทำได้ภายใน 30 วัน

ด้านน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองไม่กี่คนในประเทศไทยที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตโดยศาลฎีกา จากการละเมิดจริยธรรมร้ายแรงโดยคดีนี้เป็นมูลเหตุจากการที่ตนโพสต์เฟซบุ้กในสมัยที่เป็นนิสิต แต่ในทางคดีชนะไปแล้ว 2 ศาล ตนมองว่าการดำเนินคดีอาญา กับเรื่องจริยธรรมไม่ได้ไปด้วยกัน จึงอยากให้สังคมพิจารณาว่าการตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิตโดยใช้เรื่องจริยธรรมเป็นธรรมหรือไม่ ตนไม่ได้พูดในฐานะที่เป็นผู้ถูกกระทำเพียงคนเดียว แต่ในอนาคตไม่อยากให้มีการใช้เรื่องจริยธรรมเข้ามาตัดสินกันอีก