
สันติ กาง 6 มาตรการเข้ม สกัดพวกฉวยโอกาส กักตุน-โก่งราคา รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.32 น.
“สันติ” เผย 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง รับ มีร้องกักตุนน้ำมันในภาคใต้ สั่ง สคบ.ลงพื้นที่ตรวจถี่ขึ้น บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) โดย นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงว่า ในช่วงระหว่างสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจรวมถึงความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งกระทบต่อค่าขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าและภาคบริการ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนอาจปรับวิธีการทางการค้า การปรับขึ้นราคาสินค้า การชะลอการส่งมอบสินค้า การปฎิเสธการขายหรือผิดสัญญาซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ประชุมและมีมติกำหนดแผนบูรณาการหน่วยงานและ กำหนด 6 มาตรการเพื่อเป็นการป้องกันในเชิงรุกเพื่อคุ้มครองประชาชนชาวไทย รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย ซึ่งบูรณาการหน่วยงานในเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องดำเนินการตาม 6 มาตรการให้ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยและเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
นายสันติ กล่าวว่า สำหรับ 6 มาตรการ ประกอบด้วย
1. สคบ.ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมอีก 10 คู่สาย ประชาชนสามารถติดต่อได้หมายเลข 1166 และให้ สคบ.ประจำจังหวัดพิจารณาเปิดคู่สายตามความเหมาะสม
2. สคบ.ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดย สคบ.ต้องดำเนินการและบูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชน เรื่องนี้ต้องเน้นย้ำ เพราะการโฆษณาในขณะนี้อาจจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งมีการกักตุนสินค้าหรือการซื้อสินค้าในราคาแพงในภาวะที่จำยอม ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน การซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงควบคุมผู้ประกอบธุรกิจที่ให้เช่าที่พักอาศัยไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินจริง เพื่อป้องกันการเอารถเอาเปรียบ ซึ่งการคุ้มครองส่วนนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนไทย แต่รวมทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยมาพักพิงในประเทศไทยด้วย
3. หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้องกำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฏหมาย ได้แก่ การควบคุมฉลากกำกับทองคำรูปพรรณ และให้กรมการค้าภายในทุกจังหวัด รวมทั้งในส่วนกลางต้องเข้มงวดการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการเพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
4. สคบ.และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการทางด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติและช่องทางช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย
5. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ประชาชนมีทางเลือกในการชำระเงินหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นและเงินสด ซึ่งหากเกิดกรณีสถานการณ์สู้รบขยายความรุนแรงอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ภาวะสัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า การชำระเงินสดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก
6. ให้ผู้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาท ระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้บริโภค ทั้งนี้ ขอให้ สคบ. พร้อมหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม และเมืองพัทยา ใช้อำนาจตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลสิทธิผู้บริโภคที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติในภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางปั๊มน้ำมันที่ประชาชนเข้าไปบริการแล้วระบุว่าน้ำมันหมด ในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคจะดูแลประชาชนอย่างไรบ้าง นายสันติ กล่าวว่า ปัญหานี้มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เรียกประชุมและให้มีการกำชับกรมการค้าภายในให้ร่วมกับ สคบ.ในการลงตรวจสอบว่าในสภาวะที่มันขาดแคลนมันเกิดจากการขาดแคลนจริงหรือเกิดจากการกักตุนกันแน่ ซึ่งกำชับให้มีความถี่ในการเข้าไปตรวจสอบ เมื่อถามอีกว่า มีพื้นที่ใดบ้างที่มีการร้องเรียนเข้ามา นายสันติ กล่าวว่า ตอนนี้ทางภาคใต้ก็มีที่ จ.พังงา ซึ่งมีการแจ้งเข้ามา และอาจจะมีพื้นที่อื่นบ้าง แต่เชื่อว่าอาจเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ