WHO เตือนภัย “ฝนพิษสีดำ” ในอิหร่าน หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว

WHO เตือนภัย “ฝนพิษสีดำ” ในอิหร่าน หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว

11 มี.ค. 2569 05:33 น.

WHO เตือนภัย “ฝนพิษสีดำ” ในอิหร่าน หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว

องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนเรื่องอันตรายของฝนพิษสีดำ หลังคลังน้ำมันในอิหร่านถูกโจมตี ส่อส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและสุขภาพของชาวอิหร่านที่กำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนักในตอนนี้

เมื่อวันอังคารที่ 10 มี.ค. 2569 นายคริสเตียน ลินด์ไมเออร์ โฆษกขององค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเตือนว่า “ฝนดำ” หรือน้ำฝนที่ปนเปื้อนด้วยมลพิษจากคลังน้ำมันอิหร่าน ที่ถูกโจมตีจนไฟลุกไหม้อย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สร้างความกังวลอย่างหนักต่อคุณภาพอากาศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

คลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่ง รวมถึง คลังน้ำมันชาห์ราน (Shahran) ในกรุงเตหะราน ถูกโจมตีทางอากาศจนไฟลุกท่วม ส่งผลให้มีกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ มลพิษดังกล่าวทำให้ทางการอิหร่านต้องประกาศแนะนำให้ประชาชนงดออกจากเคหสถานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อฝนตกผ่านชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษ น้ำฝนจะผสมกับสารปนเปื้อนและตกลงสู่พื้นดิน นอกจากนี้ น้ำฝนยังมีโอกาสกลายเป็น “ฝนกรด” เมื่อน้ำทำปฏิกิริยากับก๊าซต่างๆ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์

“ฝนดำและฝนกรดที่ตามมา ถือเป็นอันตรายต่อประชากรในพื้นที่อย่างแท้จริง” ลินด์ไมเออร์กล่าว

ด้านสภาเสี้ยววงเดือนแดงแห่งอิหร่าน (Red Crescent Society) ออกมาเตือนเรื่องภัยอันตรายจากน้ำฝนที่มีความเป็นกรด “ในระดับที่อันตรายมาก” ซึ่งอาจทำให้ “ผิวหนังไหม้และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อปอด” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนงดออกจากอาคารบ้านเรือนทั้งในช่วงที่ฝนตกและหลังจากนั้น

ขณะที่นาย โวลเคอร์ เติร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า “ผมมีความกังวลอย่างยิ่งเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนจะต้องเผชิญ อันเป็นผลมาจากไฟไหม้คลังน้ำมันเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการปนเปื้อนจากฝนกรดด้วย”

ทั้งนี้ ปัจจุบันอิหร่านกำลังเผชิญกับ “วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำ” อย่างหนัก และประชาชนต่างรอคอยฝนที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่เหตุการณ์ฝนกรดหรือฝนสีดำนี้กำลังคุกคามและอาจสร้างความเสียหายต่อแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่ชาวอิหร่านต้องพึ่งพาอาศัย

นอกจากนั้น คลังน้ำมันในบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องมลพิษที่จะขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค โดยลินด์ไมเออร์ระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจส่ง “ผลกระทบในระยะยาว” และเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “สถานการณ์ที่อันตราย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

Leave a comment