ประชาคมแพทย์ สะท้อนภาพอนาคตสาธารณสุขไทย จากการจำกัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง

ประชาคมแพทย์ สะท้อนภาพอนาคตสาธารณสุขไทย จากการจำกัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง

ประชาคมแพทย์ สะท้อนภาพอนาคตสาธารณสุขไทย จากการจำกัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.11 น.

วันที่ 12 มีนาคม 2569 แอดมินเพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จำกัดเวรพยาบาล 12 ชั่วโมง

จุดเริ่มต้นของ “การจำกัดคนไข้” ที่สังคมไทยกำลังจะได้เห็นวันหนึ่ง…คุณอาจพาลูกไปโรงพยาบาลตอนเช้ายืนต่อคิวตั้งแต่ตีสี่เหมือนที่เคยทำแต่เมื่อถึงเคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่อาจบอกคุณว่า“วันนี้คิวเต็มแล้วค่ะ”“ขอทำนัดวันพรุ่งนี้นะคะ”ไม่ใช่เพราะโรงพยาบาลไม่อยากรักษาไม่ใช่เพราะแพทย์หรือพยาบาลใจร้ายแต่เพราะ ระบบรับไม่ไหวแล้วและนโยบายล่าสุดที่กำลังถูกพูดถึงการจำกัดเวรพยาบาลไม่เกิน 12 ชั่วโมงอาจเป็นสัญญาณแรกของความจริงข้อนี้

ปัญหาไม่ใช่การจำกัดเวรแต่คือ “ระบบที่พังอยู่ก่อนแล้ว”ไม่มีใครคัดค้านการลดชั่วโมงทำงานเพราะทุกคนรู้ดีว่าพยาบาลที่ทำงาน 16–20 ชั่วโมงต่อเนื่องย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดแต่ปัญหาคือระบบสาธารณสุขไทยกำลังขาดพยาบาลอย่างหนักหลายโรงพยาบาลต้องใช้เวรต่อเนื่องOTการดึงคนมาช่วยเวรเพื่อให้ระบบยังเดินต่อได้เมื่อรัฐประกาศ จำกัด OTแต่ไม่เพิ่มจำนวนพยาบาลค่าตอบแทนหรือบุคลากรใหม่ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การแก้ Burnoutแต่คือรายได้ลดคนลาออกระบบยิ่งขาดคน

ความจริงที่คนหน้างานรู้ดีแต่ไม่ค่อยมีใครพูดสำหรับพยาบาลจำนวนมากโดยเฉพาะ ลูกจ้างรายวันOT คือรายได้หลักเมื่อรัฐจำกัด OTแต่เงินเดือนพื้นฐานยังเท่าเดิมคำถามง่ายๆคือใครจะอยู่ในระบบต่อเพราะค่าครองชีพไม่ได้ลดลงตามนโยบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นจึงคาดเดาได้ทันทีพยาบาลย้ายไปเอกชนย้ายไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือออกจากวิชาชีพนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ แพทย์ในระบบรัฐมาแล้ว

แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ “จำนวนคนไข้ไม่เคยถูกจำกัด”ในระบบสุขภาพทุกประเทศโรงพยาบาลมีสิ่งที่เรียกว่าCapacityหรือขีดความสามารถสูงสุดของระบบขึ้นอยู่กับจำนวนแพทย์จำนวนพยาบาลเตียงห้องผ่าตัดบุคลากรสนับสนุนเมื่อบุคลากรถูกจำกัดแต่จำนวนผู้ป่วยยังเข้ามา ไม่จำกัดสิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงสองทาง 1. คุณภาพการรักษาลดลง 2. ต้องจำกัดจำนวนผู้ป่วย ทั่วโลกเลือกข้อที่สอง

ภาพอนาคตที่สังคมไทยกำลังจะเห็นหากบุคลากรยังขาดและ OT ถูกจำกัดจริงโรงพยาบาลจำนวนมากอาจต้องเริ่มใช้มาตรการที่คนไทยไม่คุ้นเคย

1. จำกัดจำนวนผู้ป่วยต่อวันเช่นรับผู้ป่วย 120 คนต่อวันเมื่อครบผู้ที่มาเพิ่มจะถูกนัดวันถัดไปหรือแนะนำไปคลินิกอื่น

2. จำกัด Walk-inปัจจุบันคนไทยคุ้นเคยกับการเดินเข้าโรงพยาบาลได้เลยแต่ในอนาคตอาจกลายเป็นนัดหมาย 80 คนWalk-in 40 คนเมื่อ Walk-in เต็มฝ่ายทะเบียนจะต้องบอกคุณว่า“วันนี้คิวเต็มแล้วค่ะ”


3. จำกัดจำนวนผ่าตัดต่อวันห้องผ่าตัดมีขีดจำกัดเช่นห้องผ่าตัด 4 ห้องวิสัญญีแพทย์ 3 คนพยาบาล OR 6 คนเมื่อโควต้าเต็มเคสจะถูกเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้าหรือเดือนหน้าหรือปีหน้าต้อกระจก คนสูงอายุก็จะมีระยะเวลาที่ตามัว อยู่นานขึ้นกว่าจะได้ผ่าตัดเคส มะเร็ง ก้อนมะเร็งก็อาจจะใหญ่ขึ้นผู้ป่วยรอไม่ไหว ก็ต้องยอมไปเสียเงิน เอกชน

4.คนที่มีเส้นมีสาย ก็จะพยายามใช้เส้นสายฝากหมอ ฝากพยาบาลฝากคนรู้จักให้ลัดคิวเพราะคิวมีจำนวนจำกัดอาจมี คนหารายได้ ทางนี้เพิ่มขึ้น ในบางแห่งที่ ไม่มีธรรมาภิบาลและ ขาดการกำกับดูแลจาก ผู้อำนวยการเราไม่ได้บอกว่าเป็นทุกแห่งนะครับคนที่ไม่มีเส้นสาย ประชาชนคนยากจนทั่วไปก็จะลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

5. ส่งผู้ป่วยไปคลินิกชุมชนอบอุ่นผู้ป่วยจำนวนมากอาจถูกแนะนำให้ไปคลินิกชุมชนอบอุ่นหรือคลินิกปฐมภูมิก่อนเพื่อให้โรงพยาบาลรับเฉพาะเคสที่ซับซ้อน

สิทธิฟรีไม่ได้แปลว่าทรัพยากรไม่จำกัดนี่คือความจริงที่ระบบสุขภาพทั่วโลกต้องยอมรับทรัพยากรมีจำกัดเสมอแพทย์จำกัดพยาบาลจำกัดงบประมาณจำกัดแต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาระบบสุขภาพไทยถูกเล่าให้ประชาชนฟังว่าทุกอย่างฟรีและเข้าถึงได้ไม่จำกัดนี่คือจุดที่การเมืองประชานิยมเข้ามามีบทบาทเพราะการพูดว่า“ทุกอย่างฟรี ไม่มีข้อจำกัด”เป็นสิ่งที่ประชาชนชอบฟังแต่ในโลกของความจริงระบบสุขภาพทุกประเทศต้องเลือกระหว่างฟรีทุกอย่างเข้าถึงได้ทันทีคุณภาพสูงสามอย่างนี้พร้อมกันไม่ได้

คำถามที่สังคมต้องเริ่มถามหลายปีที่ผ่านมางบประมาณสุขภาพของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่คำถามสำคัญคือเงินไปอยู่ตรงไหนโดยเฉพาะงบประมาณขนาดใหญ่ในระบบสปสช.สังคมควรถามให้ชัดว่าเงินถูกกระจายไปที่ไหนสัดส่วนที่ถึง “บุคลากรหน้างาน” เท่าไรทำไมโรงพยาบาลจำนวนมากจึงยังขาดพยาบาลอย่างหนักเพราะหากโครงสร้างงบประมาณยังเหมือนเดิมต่อให้มีนโยบายใหม่อีกกี่ฉบับมันก็เป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ

ความจริงที่สังคมไทยกำลังปฏิเสธวันนี้หลายคนยังพูดว่า“อย่ามองโลกในแง่ร้าย”“ระบบยังไม่ถึงขั้นนั้น”แต่คนที่ทำงานในโรงพยาบาลรู้ดีว่าสัญญาณเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นแล้วบุคลากรลาออกเวรขาดคนคิวผ่าตัดยาวขึ้นภาระงานเพิ่มขึ้นทุกปีระบบอาจยังไม่ล้มแต่กำลังถูกดันไปถึง ขีดจำกัด

และเมื่อถึงวันนั้นสิทธิฟรีอาจยังอยู่แต่สิ่งที่หายไปคือความสามารถในการเข้าถึงบริการคุณยังมีสิทธิรักษาแต่คุณอาจต้องรอคิวนัดล่วงหน้าหรือถูกบอกว่า“วันนี้คิวเต็มแล้วค่ะ”

เพราะระบบสาธารณสุขไทยไม่ได้กำลังขาดนโยบายมันกำลังขาดความกล้าที่จะพูดความจริงและถ้าความจริงยังไม่ถูกพูดวันหนึ่งสิ่งที่ล่มสลายอาจไม่ใช่แค่ระบบเวรพยาบาลแต่มันคือระบบสาธารณสุขทั้งระบบซึ่งต้องมองให้เป็น บริหารให้เป็นและอย่ากอดประชานิยมจนระบบล่มสลายโดยเฉพาะผู้บริหารจากฝ่ายการเมืองและ สปสช.และกระทรวงสาธารณสุข

แอดมิน ประชาตมแพทย์

12 มีค.2569

Leave a comment