
อธิบดี สกร.ชูบทบาทเทคโนโลยีดิจิทัล-AI ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 22.05 น.
“อธิบดี สกร.”ร่วมเวทีเสวนา “MDCU MedUMORE The Global Phenomenon” ชูบทบาทเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
วันที่ 11 มี.ค.2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้เข้าร่วมเสวนาในงาน “MDCU MedUMORE The Global Phenomenon” ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นที่ห้อง 302 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ ชั้น 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
โดยมีการร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Standardizing the Future: AI & Global Recognition” (ยกระดับมาตรฐานสู่อนาคต เมื่อ AI พลิกโฉมการศึกษาแพทย์ไทย) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ได้แก่
– นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
– พล.อ.อ. นพ. อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา
– ศ. ดร. นพ.สมบัติ ตรีประเสริฐสุข รองอธิการบดี ด้านแผนและการงบประมาณ ยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อน และบริหารความเสี่ยง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– ศ. ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL)
– รศ.ดร. พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ รองคณบดีด้านนวัตกรรมแนวบูรณาการและเทคโนโลยีดจิทัล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– รศ. นพ.กำพล สุวรรณพิมลกุล ผู้ช่วยคณบดีด้านการบริการวิชาการและการศึกษานานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อธิบดี สกร.กล่าวว่า ในการเสวนาครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ การสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสะท้อนมุมมองของกระทรวงศึกษาธิการว่า การเปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คือเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่ง เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเข้าถึงองค์ความรู้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย และพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ
อธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในบริบทของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่และครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 29,000 แห่ง ปัญหาสำคัญที่เผชิญมาอย่างยาวนานคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งที่มีนักเรียนไม่ถึง 120 คน แต่ยังจำเป็นต้องเปิดทำการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงโอกาส
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่ตามมาคือการขาดแคลนบุคลากรครูที่มีความรู้ความชำนาญครบทุกสาขาวิชาเพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
“ด้วยเหตุนี้ แนวทางการแก้ปัญหาที่สำคัญในอดีตคือการนำระบบ การศึกษาทางไกลโดยมีโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโรงเรียนต้นทางหรือครูตู้และโรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนปลายทางผ่านดาวเทียม โดยการจัดการศึกษาผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ มาใช้ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลของ “พ่อหลวง” (รัชกาลที่ 9) โดยได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา จนถึงปัจจุบัน ในรัชกาลที่ 10 ซึ่งสืบสาน รักษา ต่อยอด เป็น New DLTV เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักเรียนทั่วประเทศได้รับการเรียนรู้ที่ได้มาตรฐานสำหรับการศึกษาในระบบ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้โดยตรงในกรณีที่โรงเรียนปลายทางมีครูไม่เพียงพอหรือไม่พร้อมในบางรายวิชา ทำให้เด็กและครูในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับโรงเรียนที่มีความพร้อมสูงได้ เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน การจัดการศึกษาทางไกลได้มีการปรับตัวขนานใหญ่ตามพัฒนาการของเทคโนโลยี โดยเปลี่ยนจากระบบการส่งสัญญาณผ่าน ดาวเทียม มาสู่ระบบ ดิจิทัลเปรียบเป็น “พาหนะที่รวดเร็ว” ในการส่งต่อความรู้ให้เด็กไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและพร้อมกันทั่วประเทศ“ อธิบดี สกร.กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งมีพันธกิจในการดูแลการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “สกร. อยู่ในใจทุกครัวเรือน” โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วประเทศ ผ่านกลไกของครู สกร. ที่ปฏิบัติงานอยู่ในทุกตำบล ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและสนับสนุนการเรียนรู้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต
พร้อมกันนี้ สกร. ยังมีแนวทางในการเชื่อมโยงผลการเรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น รวมทั้งดำเนินงานเชิงรุกผ่านเครือข่ายครูและบรรณารักษ์ในการเข้าถึงประชาชนในระดับชุมชนและครัวเรือน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
”ทั้งนี้ เวทีเสวนาดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาและการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต“ อธิบดี สกร. กล่าว



