
13 มี.ค. 2569 03:47 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กกต.เนปาลเผย พรรค RSP ของ “บาลานดรา ชาห์” ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย
พรรค RSP ของนายบาลานดรา ชาห์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเนปาล ชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างถล่มทลาย เกือบครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด
เมื่อ 12 มี.ค. 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศเนปาลเปิดเผยผลการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาออกมาแล้ว โดยปรากฏว่าพรรค “ราษฎริยสวตันตระ” (Rashtriya Swatantra – RSP) ซึ่งเป็นพรรคสายกลางของนายบาลานดรา ชาห์ อดีตแรปเปอร์ที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง สามารถคว้าเก้าอี้ในสภาได้ถึง 182 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากสำเร็จ
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) ชุดใหม่จำนวน 275 ที่นั่ง โดยแบ่งเป็นที่นั่งจากการเลือกตั้งโดยตรง 165 ที่นั่ง และจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (สัดส่วน) อีก 110 ที่นั่ง
ในวันพฤหัสบดี นายนารายัน ปราสาท ภัตตาไร โฆษกคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่า “การนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร… ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว”
โดยในระบบเลือกตั้งโดยตรง พรรค RSP คว้าไปได้ 125 จาก 165 ที่นั่ง และได้เพิ่มอีก 57 ที่นั่งจากระบบบัญชีรายชื่อ ส่งผลให้พรรคขาดอีกเพียง 2 ที่นั่งเท่านั้นก็จะครองเสียงข้างมากเด็ดขาดแบบ 2 ใน 3
ส่วนพรรคคู่แข่งอย่าง “เนปาลี คองเกรส” (Nepali Congress) ซึ่งเคยเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภาชุดก่อน ได้ไปเพียง 38 ที่นั่ง ส่วนพรรคมาร์กซิสต์ (CPN-UML) ของนายเคพี ชาร์มา โอลี อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ไปเพียง 25 ที่นั่ง ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์เนปาล (ลัทธิเหมา) ได้ไป 7 ที่นั่ง
นายภัตตาไรกล่าวเสริมว่า “ในวันนี้ได้มีการส่งจดหมายไปยังพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คัดเลือกรายชื่อผู้สมัครและเสนอต่อคณะกรรมการภายใน 3 วัน”
นี่ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของเนปาลนับตั้งแต่เหตุการณ์ประท้วงต่อต้านคอร์รัปชันโดยกลุ่มเยาวชนเจนซี (Gen Z) เมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งบานปลายจนกลายเป็นเหตุรุนแรงและนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลชุดก่อน
กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา การเมืองของเนปาลตกอยู่ในวงจรของรัฐบาลผสมที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกครอบงำโดยพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค โดย 2 ใน 3 นั้นเป็นพรรคคอมมิวนิสต์
การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มเจนซี จะประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวคนทั้งประเทศได้หรือไม่ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะให้คนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านบททดสอบเข้ามากำหนดอนาคต หรือว่าเหล่านักการเมืองรุ่นใหญ่ระดับแถวหน้า ผู้ซึ่งครองอำนาจมานานหลายทศวรรษ จะยังคงรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna