ทรัมป์ไม่กังวลราคาน้ำมันพุ่ง ชี้เมื่อราคาขึ้น สหรัฐฯ ก็ได้ “เงินมหาศาล”

ทรัมป์ไม่กังวลราคาน้ำมันพุ่ง ชี้เมื่อราคาขึ้น สหรัฐฯ ก็ได้ “เงินมหาศาล”

12 มี.ค. 2569 22:03 น.

ทรัมป์ไม่กังวลราคาน้ำมันพุ่ง ชี้เมื่อราคาขึ้น สหรัฐฯ ก็ได้ “เงินมหาศาล”

โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่งสูงเนื่องจากการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่า อเมริกาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด ดังนั้นเมื่อน้ำมันราคาสูงขึ้น สหรัฐฯ ก็จะทำเงินได้อย่างมากมาย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามลดกระแสความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความผันผวนของตลาดที่ผูกโยงกับความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยอ้างว่าสหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์เมื่อราคาพลังงานขยับตัวสูงขึ้น

“สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก ทิ้งห่างประเทศอื่นไปไกลมาก ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เราจึงทำเงินได้มหาศาล” นายทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

“แต่สิ่งที่ผมในฐานะประธานาธิบดีให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากกว่านั้นมาก คือการหยุดยั้งอาณาจักรแห่งความชั่วร้ายอย่างอิหร่าน ไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง และไม่ให้ทำลายล้างตะวันออกกลาง รวมถึงโลกใบนี้ด้วย ผมจะไม่มีวันยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น!” ทรัมป์ประกาศ

ความเห็นของทรัมป์มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกมาเตือนว่า โลกอาจกำลังเผชิญกับการ “หยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมันโลก” ท่ามกลางการโจมตีเส้นทางการเดินเรือโดยอิหร่านที่รุนแรงขึ้น

ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นยังเริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวอเมริกันแล้ว โดยนาย คริส แอบเบอตต์ ซีอีโอของบริษัท Pivot Bio ระบุว่า ภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ต้องพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซสำหรับนำเข้าปัจจัยการผลิตที่สำคัญจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 20%, ปุ๋ยไนโตรเจนยูเรียราว 30% และกำมะถัน “ในสัดส่วนที่มากกว่านั้นอีก”

นายแอบบอตต์เน้นย้ำว่าในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง เกษตรกรอเมริกันจำนวนมากยังไม่ได้รับปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะถึงฤดูกาลเพาะปลูก “ในช่วงก่อนเข้าสู่ความขัดแย้งนี้ สหรัฐฯ เพิ่งมีการซื้อปุ๋ยไปเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการทั้งหมดเท่านั้น” เขาระบุ

แต่ในขณะนี้ที่ฤดูกาลเพาะปลูกกำลังใกล้เข้ามา เกษตรกรทั่วประเทศต่างเร่งรีบจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งแอบเบอตต์กล่าวว่าราคาได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

“เราพบว่าราคายูเรียพุ่งสูงขึ้นถึง 50%” เขาชี้แจง และเสริมว่า “ในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ราคาพุ่งขึ้นไปเกือบ 100% แล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

Leave a comment