
ปล่อยผียกก๊วน‘229คน’ ส่อล้มคดีฮั้วสว. ลงมติ5ต่อ2‘ไม่มีใครผิด’
วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ปล่อยผียกก๊วน‘229คน’ ส่อล้มคดีฮั้วสว. ลงมติ5ต่อ2‘ไม่มีใครผิด’ อนุกกต.ชงชุดใหญ่ชี้ขาด อนุทินเคาะรบ.291เสียง ภท.ดัน‘โสภณ’ปธ.สภาฯ
“ภท.-พท.” โชว์ภาพจูบปากชื่นมื่นอีกรอบ หลัง “จุลพันธ์” หอบโผรองปธ.สภาฯมาส่ง ขณะที่ “อนุทิน” พูดชัดพรรคร่วมรัฐบาล 291 เสียง ไม่มี “กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์” ด้านภูมิใจไทยดัน “โสภณ” ผงาดประธานสภาฯตามคาด ส่วน “มัลลิกา” รองคนที่หนึ่ง ด้าน อนุกกต.ลงมติ 5:2 ปล่อยผี 229 คน ไม่มีใครผิดคดีฮั้วสว. ระบุไม่มีมูลตามที่มีการกล่าวหา พร้อมทำความเห็นเสนอชุดใหญ่พิจารณา
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่อาคารพรรคภูมิใจไทย มีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่รัฐพิธีในวันที่ 14 มีนาคม และเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ โดยบรรดาแกนนำและสส. เดินทางเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และกลุ่มสส.เลือดใหม่ของพรรค
ภท.คึกคักถกสส.ก่อนเปิดสภาฯ
สำหรับในช่วงเช้ามีการประชุมทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อวางแนวทางงานด้านนิติบัญญัติ โดยมีรายงานว่าในรัฐบาล “อนุทิน 2”จะชูแนวนโยบาย“ใช้นิติบัญญัตินำระบบบริหาร”เน้นการโละทิ้ง หรือ
“กิโยติน”กฎหมายที่ล้าหลังซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนและการลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง
‘เพื่อไทย’ถกเก้าอี้รองปธ.สภา2
ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ว่าเป็นการประชุมตามขั้นตอนปกติของพรรคเพื่อมอบหมายให้มีการดำเนินการคัดสรรตัวบุคคลไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนกระบวนการถัดไปต้องมีการหารือกันก่อนในการเสนอชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 สส.ในพรรคเพื่อไทยก่อนจะนำรายชื่อไปเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลในช่วงบ่าย
‘จุลพันธ์’คณะพท.ถึง‘ภูมิใจไทย’
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย ว่าวันเดียวกันได้มีการประชุมสส.ในช่วงบ่าย โดยบรรดาแกนนํา และสส.พรรคภูมิใจไทยต่างทยอยเดินเข้าพรรคอย่างคึกคัก โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ทําการพรรคในเวลา 14.00 น.
จากนั้น เวลา 14.15 น. นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคฯสส.บัญชีรายชื่อ เดินทางถึง ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการทํางานร่วมกัน
‘อนุทิน’แซว‘หนูรอหนิมตั้งนาน’
โดยมีนายอนุทินยืนต้อนรับพร้อมกล่าวแซว ทันทีที่นายจุลพันธ์มาถึง ว่า “อ้าวหนิม หนูมารอหนิมตั้งนาน”ก่อนจะสวมกอดกันทําให้บรรยากาศการพบกันของแกนนำทั้งสองพรรคเป็นไปอย่างชื่นมื่นก่อนขึ้นไปยังห้องประชุมเพื่อหารือเรื่องการทํางานร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการนัดหมายพบกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้จะมี การนํารายชื่อผู้ดํารงตําแหน่งรองประธานสภาฯคนที่ 2 ในโควตาของพรรคเพื่อไทย เดินมายืนมายื่นให้พรรคภูมิใจไทยพิจารณา
‘ภท.-พท.’โหวต ปธ.-รองปธ.สภาฯ
ต่อมาเวลา 14.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล และนางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยนายอนุทินกล่าวว่าวันนี้พรรคเพื่อไทย นำโดยหัวหน้าและรองหัวหน้าพรรคทั้ง 3 คนได้มายื่นรายชื่อบุคคลที่พรรคเพื่อไทยจะนำเสนอให้ ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้กับพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากจะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 14 มีนาคมนี้ และคาดว่าหลังจากนั้นจะมีการนัดหมาย ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกซึ่งจะมีวาระในการนำเสนอชื่อทั้งประธานสภาผู้แทนฯ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 คน เพื่อให้มีการลงมติซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เราจะมีการนำเสนอชื่อทั้งประธานและรองประธานทั้ง 3 คน ให้มีการลงมติรับรอง
พูดชัดพรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องไทม์ไลน์ว่าหลังจากนั้นจะต้องดำเนินการอย่างไรในทั้งสองพรรค แต่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะนำมาพูด ในขณะนี้เป็นเพียงแค่การนำเสนอและต้องรอลงมติ และรอการโปรดเกล้าฯ ซึ่งเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ให้มีประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วจะมีขั้นตอนในการเสนอชื่อบุคคล เพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะมีการนำเสนอคือถ้าเราได้เป็นรัฐบาล เราจะมีพรรคร่วมรัฐบาลครบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพรรคหลักประกอบไปด้วยพรรคภูมิใจไทยควบรวมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก คาดว่าะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะสามารถบริหาร ทางนิติบัญญัติและการบริหารประเทศ รวมถึงการดูแลรับใช้ประชาชนเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ยังอุบชื่อคนนั่งปธ.สภาผู้แทนฯ
เมื่อถามว่าจะเสนอชื่อใครเป็นประธานสภารองประธานสภา นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “ขอให้รอก่อนมันเป็นมารยาท”เมื่อถามว่าใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเสนอชื่อคนเป็นประธานสภานายอนุทินกล่าวว่าจะต้องเป็นคนที่มีความรู้และมีประสบการณ์ ถ้าเป็นไปได้ก็ให้มีความอาวุโส พอจะต้องเป็นคนที่ได้รับการยอมรับนับถือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รอบรู้กฎระเบียบข้อบังคับกฎหมายในระดับหนึ่งและเป็นที่ยอมรับของพรรคร่วมรัฐบาล
เสียงพอแล้วไม่ต้องการรบ.เกิน300
เมื่อถามว่าปิดดีลที่ 291 เสียงใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “แถวๆ นั้นแหละครับ” เมื่อถามว่าหากวันโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม โหวต สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทยจากดึงร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “เราบอกแล้วว่าพรรคร่วมรัฐบาลคือตรงนี้” และเมื่อถามย้ำว่าทำไมถึงไม่มีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลนายอนุทินกล่าวว่า“ตอนนี้มีจำนวนที่เหมาะสม และสะดวกต่อการบริหารราชการต่างๆ ในรัฐสภาแล้ว”
เมื่อถามว่าเขาสนับสนุนเราตั้งแต่แรกเหตุผลใดเราถึงไม่เลือกเขา นายอนุทิน ระบุว่า“ไม่ได้บอกว่าเลือก หรือไม่เลือก เราไม่ต้องการเป็นแกนนำที่เป็นรัฐบาล 300 กว่าเสียง”
รับอึดอัดคนเคยรักเป็นฝ่ายค้าน
ส่วนมีได้ยกหูคุยกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ยังไม่ได้คุย” เมื่อถามย้ำว่าคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้านรู้สึกอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย แต่มันก็มีเหตุผลบางอย่าง มันฝืนไม่ได้ แต่ความเป็นเพื่อน ความผูกพัน ความรักก็ยังคงมี แต่ก็ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต่างกัน การเมืองก็เป็นอย่างนี้ วันนี้หนูกับหนิม ก็มาอยู่ด้วยกันเมื่อถามว่าหลังการเลือกนายกฯจะมีการพูดคุยเคลียร์ใจกันหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าฝากผู้สื่อข่าวเคลียร์ด้วย
ย้ำไม่กังวล‘ฝ่ายค้าน’จ้องโจมตี
เมื่อถามว่าขณะนี้ว่าที่ฝ่ายค้านเตรียมโจมตีนายกฯ ในหลายประเด็น มีความพร้อมรับมืออย่างไร นายอนุทินระบุว่า เรามั่นใจว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง พร้อมชี้แจง ไม่จำเป็นว่า จะต้องเป็นฝ่ายค้าน เราเป็นผู้แทนสภาราษฎร เราเป็นคนสาธารณะก็พร้อมตอบ เพื่อให้คลายความกังวล ซึ่งเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งแรก
ได้ชื่อรองปธ.สภาฯเพื่อไทยแล้ว
เมื่อถามว่าตำแหน่งรองประธานสภาฯในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เป็นนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ได้ส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย ขอให้รอฟังในวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค. 2569 ทีเดียว เรื่องอย่างนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนพรรคเพื่อไทยจะได้ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 หรือไม่ ขอให้รอดู
เมื่อถามว่ารายชื่อที่ส่งมาในวันนี้ มีแค่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีมาด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “ใช่ ยังไม่เลือกนายกฯ เลย”เมื่อถามต่อว่า รายชื่อเป็นไปตามที่เสนอจะไม่มีการตีกลับเพื่อไปพิจารณาใหม่ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นคนเสนอมา ผมก็มั่นใจว่าได้ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรคแล้ว”
โผรมต.พท.ยังไม่เสร็จยังไม่ส่ง
เมื่อถามว่ารายชื่อรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่ายังไม่เสร็จและก็ยังไม่ได้ส่ง อย่างที่บอกกระบวนการต้องเป็นไปทีละขั้น หลังเลือกประธานสภาและรองประธานเสร็จ จึงจะมาคุยเรื่องโครงสร้าง ครม.และการเสนอชื่อ ซึ่งวันนี้พรรคเพื่อไทย ได้มีมติมอบหมายให้กรรมการบริหารพรรคทำหน้าที่คัดสรรบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เมื่อถามว่าภูมิใจไทยได้แจ้งโควตาของพรรคเพื่อไทยแล้วหรือยัง นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักของเรา ให้มันเป็นไปตามขั้นตอน
ไม่กังวลตรวจคุณสมบัติรมต.เข้ม
เมื่อถามว่ารายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยมีปัญหาหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่ายังไม่มีรายชื่อเลย ยังไม่มีปัญหาก่อนจะหัวเราะส่วนเรื่องคุณสมบัติจะมีกระบวนการและขั้นตอนเมื่อถึงเวลาพรรคร่วมรัฐบาลจะส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีและจะถูกส่งต่อไปยังเลขาฯคณะรัฐมนตรีไปดำเนินการตรวจสอบประวัติกับ 18 หน่วยงานจึงไม่ต้องเป็นห่วง หากไม่ติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ก็คงไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าสิทธิ์ขาดโควตาอยู่ที่พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าถามแบบนี้เลย ยังไม่ทันจะมาอยู่ด้วยกันก็มาถามแบบนี้หลักๆ มีอยู่แค่นี้หลังจากนี้ก็ต้องหารือกัน สิ่งที่เห็นไม่ตรงกันในอดีตและนำมาสู่ความขัดแย้ง วันนี้ต้องกลับมาทำงานรับใช้บ้านเมืองด้วยกัน สิ่งที่เป็นประเด็นในอดีตก็ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้กลับไปสู่จุดนั้นอีก
ย้ำยึดตามคำวินิจฉัยศาลรธน.
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจใช่หรือไม่ ว่าการจัดรัฐบาลในครั้งนี้ จะไม่มีเรื่องจริยธรรมของรัฐมนตรีคนไหนมาสะเทือนเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่าต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไกด์ไลน์ที่ผูกพันกับองค์กรและบุคคล ต้องส่งรายชื่อมาสุ่มตรวจสอบหมดทุกคน ถ้าถามว่ารายชื่อผ่านการตรวจสอบหมดแต่พรรคภูมิใจไทยไม่ถูกใจคนนี้แล้วขอให้พรรคร่วมเปลี่ยนยืนยันว่าไม่มี เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมที่จะต้องทำงานร่วมกัน ทำงานรับใช้บ้านเมืองไม่ใช่ทำงานรับใช้อารมณ์ตัวเอง
‘พท.’ส่ง‘เลิศศักดิ์’ นั่งรองปธ.สภา2
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทยภายหลังแกนนำพรรคเพื่อไทยหารือกับพรรคภูมิใจไทยถึงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเห็นชอบให้นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งดังกล่าวหลังจากในพรรคมีการเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสม ขึ้นมาทำหน้าที่อาทินายเลิศศักดิ์ และนายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เห็นชอบให้เสนอชื่อนายเลิศศักดิ์ เข้ามาทำหน้าที่ในสัดส่วนโควตาภาคอีสาน
ทั้งนี้นายเลิศศักดิ์ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสส.สมัยที่ 3 แล้วโดยก่อนหน้านี้ เคยเป็นนายกเทศบาลเมืองวังสะพุงหลายสมัย ก่อนมาเล่นการเมืองสนามใหญ่ ยังเคยเป็นกรรมาธิการหลายคณะอาทิ โฆษกคณะกรรมาธิการการกีฬาสภาผู้แทนราษฎร, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP เป็นต้น
เคาะเก้าอี้รมช.ให้สส.เขต 3 ภาค
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีช่วย ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย 3 ตำแหน่งที่เหลือขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาให้กับ สส.เขตโดยมาจากสัดส่วนของภาคอีสาน 1 คน ภาคกลาง 1 คน และ ภาคเหนือ
1 คน โดยสัดส่วนภาคอีสานเบื้องต้นคาดว่า นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย จะได้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นบ้านใหญ่สกลนคร มี สส.ถึง 2 คน และมีภรรยา เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)
มติภท.‘โสภณ’ปธ.-‘มัลลิกา’รองปธ.
เวลา 15.53 น. นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภท.เปิดเผยว่าที่ประชุมพรรคภท. มีมติเสนอชื่อตนเข้ารับเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วานิช สส.ลพบุรี เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 อย่างเป็นทางการ โดยหลังรัฐพิธีวันที่ 14 มี.ค. จากนั้นวันที่ 15 มี.ค. จะมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกประธานและรองประธานสภา ส่วนเหตุผลที่พรรคเสนอชื่อตนนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่และกรรมการบริหารพรรคเห็นถึงความเหมาะสมในการทำงานในสภาได้ สำหรับตนมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนได้เรียนแล้วว่าไม่ว่าตำแหน่งไหนก็พร้อมทำงานได้ ด้วยความตั้งใจ
ปัดบุรีรัมย์คุม 2 สภาเบ็ดเสร็จ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตวิพากษ์วิจารณ์ว่าประธานวุฒิสภาเป็นคนบุรีรัมย์ ประธานสภาก็เป็นคนบุรีรัมย์ นายโสภณกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะเรื่องของวุฒิสภาตนไม่เกี่ยวข้อง ไม่ยุ่ง เพราะเป็นเรื่องของวุฒิสภา แต่ถ้าสมมุติพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสียงข้างมาก ตนก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการเสนอชื่อ พรรคคำนึงถึงความเหมาะสมบางส่วนบังเอิญเป็นคนบุรีรัมย์ไปตรงกันก็อีกเรื่องหนึ่ง เราไม่สามารถกำหนดได้ว่า คนบุรีรัมย์แล้วเป็นไม่ได้ แต่ถ้าตนไม่เหมาะสม ก็เข้าใจกันได้ ซึ่งถ้าตนเป็นสส.บุรีรัมย์ แล้วไม่เหมาะสม ด้วยคุณสมบัติอะไรก็ตาม เป็นเรื่องของสังคมที่ต้องมอง แต่ถ้าพรรคเห็นว่าตนเหมาะสม เข้าไปแล้วทำงานได้ก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม พิสูจน์การทำงาน
เมื่อถามว่า แต่ก็เกิดคำถามว่าเป็นการกินรวบ ระหว่างสภาสูงกับสภาล่าง นายโสภณกล่าวว่า กินรวบหรือไม่ ให้ดูที่การทำงาน จังหวัดอะไรก็ได้ถ้าจะทำงานแบบกินรวบก็ทำได้ มันอยู่ที่เราทำงานพิสูจน์ ซึ่งไปพิสูจน์กันตอนที่ทำงานก็แล้วกัน พร้อมยืนยันไม่รู้สึกหนักใจที่มีฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม ทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่กันไป ฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ของเขา รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของรัฐบาล ฝ่ายบริหารก็ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติก็ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ประธาน ก็มีหน้าที่ควบคุมการทำงานให้เที่ยงธรรมเท่านั้นเอง
เลขาสภาฯแจงขั้นตอนโหวตปธ.สภา
นายศิโรจน์ แพทยพันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มี.ค.นี้ว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราวในการประชุมจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในสภาผู้แทนฯคือ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี โดยก่อนกระบวนการโหวตวันที่ 15 มี.ค.นี้จะนัดซักซ้อมก่อน เบื้องต้นแจ้งให้ทราบแล้วว่าการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมชั่วคราวต้องดำเนินการอะไรบ้าง
ชี้ถ้าเสนอชื่อแข่ง/ใช้เวลา2.30ชม.
นายศิโรจน์กล่าวต่อว่าส่วนช่วงเวลากระบวนการโหวต ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 3 คน หากไม่มีการเสนอชื่อแข่งขัน หรือมีเพียงรายชื่อเดียวในแต่ละตำแหน่งก็ไม่ต้องโหวต แต่ให้ผู้ถูกเสนอชื่อดำรงตำแหน่งแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภา คนละ 10 นาที การโหวตก็จะเสร็จสิ้นเร็ว แต่หากมีการเสนอชื่อแข่ง ก็ต้องเป็นการลงคะแนนลับตามข้อบังคับ ซึ่งประเมินว่า หากมีการเสนอชื่อแข่งอาจใช้เวลาโหวตตำแหน่งละ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นการลงคะแนนลับ คือ ให้ สส.เรียงตามตัวอักษร รับบัตร เพื่อเข้าคูหาเขียนชื่อบุคคล ที่จะให้ดำรงตำแหน่ง และนำไปหย่อนลงคูหา ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งนับคะแนน โดยเป็นตัวแทน สส.จากแต่ละพรรคร่วมนับคะแนน
จับตาปชน.เสนอชื่อชิงปธ.สภาฯ
ทั้งนี้ มีรายงานว่าพรรคประชาชน จะส่งบุคคลเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและอาจชิงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย โดยในวันที่ 13 มี.ค.นี้พรรคประชาชนมีประชุม สส.พรรคเพื่อเคาะชื่อบุคคลที่จะส่งเข้าชิงตำแหน่งประธานสภา และประธานวิปฝ่ายค้าน
อนุกกต.มติ5ต่อ2ยกคำร้องคดีฮั้วสว.
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำคัญเกี่ยวกับคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว สว. โดยคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งได้รับมอบหมายให้พิจารณาสำนวนการไต่สวนส่วนกลางที่ 87 ได้มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นค้านกับผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่เคยสรุปสำนวนกล่าวหาผู้กระทำความผิดไว้ก่อนหน้านี้
ปล่อยผี 229 สว.ไม่มีมูลความผิด
โดยมติของอนุกรรมการชุดล่าสุดระบุชัดเจนว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.)ชุดปัจจุบัน จำนวน 138 ราย พร้อมด้วยกลุ่มนักการเมือง ซึ่งรวมถึงกรรมการบริหารพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) สมาชิกพรรค และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีก 91 รายนั้น “ไม่มีมูลความผิด”ตาม
ข้อกล่าวหาแต่อย่างใด และเตรียมนำเสนอมติเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ทั้ง 7 คน เพื่อพิจารณาประกาศผลอย่างเป็นทางการต่อไป