รัฐสภาไต้หวันไฟเขียว ลงนามซื้ออาวุธสหรัฐฯ 4 ดีลใหญ่กว่า 3 แสนล้าน

รัฐสภาไต้หวันไฟเขียว ลงนามซื้ออาวุธสหรัฐฯ 4 ดีลใหญ่กว่า 3 แสนล้าน

13 มี.ค. 2569 14:54 น.

รัฐสภาไต้หวันไฟเขียว ลงนามซื้ออาวุธสหรัฐฯ 4 ดีลใหญ่กว่า 3 แสนล้าน

รัฐสภาไต้หวันอนุมัติให้รัฐบาลลงนามข้อตกลงจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ จำนวน 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านบาท หลังเจ้าหน้าที่เตือนว่าหากไม่ดำเนินการภายในกำหนด ไต้หวันอาจถูกผลักไปอยู่ท้ายแถวการผลิตและส่งผลต่อความมั่นคงแห่งชาติ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงกับจีน

รัฐสภาไต้หวันมีมติอนุมัติให้รัฐบาลสามารถลงนามข้อตกลงจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ จำนวน 4 โครงการ หลังเจ้าหน้าที่เตือนว่าหากไม่ดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนด ไต้หวันอาจถูกเลื่อนลำดับการผลิตและส่งมอบอาวุธ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

มติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยประธานสภา ฮัน กั๋วอวี่ ระบุระหว่างอ่านมติว่า รัฐสภายึดหลักให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติเป็นอันดับแรก และมุ่งปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างมั่นคง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบอาวุธเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาหลังการลงนาม

อาวุธที่อยู่ในข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยขีปนาวุธต่อต้านรถถัง TOW 2B, ปืนใหญ่อัตตาจร M109A7, ขีปนาวุธ Javelin ที่ผลิตโดยบริษัทล็อกฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) และระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจอาวุธมูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.55 แสนล้านบาท ที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ พยายามผลักดันงบประมาณกลาโหมเพิ่มเติมมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่พรรคฝ่ายค้านซึ่งครองที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาแสดงความกังวลเกี่ยวกับรายละเอียดของแผน และระบุว่าไม่สามารถอนุมัติงบประมาณขนาดใหญ่โดยไม่มีข้อมูลชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ตกลงกันในที่สุดว่าความมั่นคงของชาติรอไม่ได้ จึงอนุญาตให้มีการลงนามล่วงหน้าก่อนที่การตรวจสอบงบประมาณจะเสร็จสิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าระบบอาวุธสำคัญเหล่านี้จะไม่ถูกยกเลิกหรือล่าช้าออกไป

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไต้หวัน เตือนว่าหนังสือตอบรับสำหรับระบบ HIMARS จำนวน 82 ระบบ ที่สหรัฐฯ ขายให้แก่ไต้หวัน จะหมดอายุในวันที่ 26 มีนาคม ขณะที่ข้อตกลงอื่นๆ มีกำหนดต้องลงนามภายในวันที่ 15 มี.ค. นี้ มิฉะนั้นจะสูญเสียลำดับในสายการผลิต

การอนุมัติอย่างเป็นทางการของรัฐสภาเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากสมาชิกสภาจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านตกลงกันว่า รัฐบาลสามารถลงนามในข้อตกลงล่วงหน้าได้ แม้กระบวนการพิจารณางบประมาณจะยังไม่เสร็จสิ้น

กระทรวงกลาโหมไต้หวันแสดงความขอบคุณต่อการตัดสินใจของรัฐสภา พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่ระบุว่าแผนดังกล่าวขาดความโปร่งใส โดยยืนยันว่าการจัดซื้อผ่านกระบวนการอนุมัติโครงการอย่างเข้มงวดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกองทัพ

ด้านสมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ระบุว่าการอนุญาตให้ลงนามข้อตกลงล่วงหน้ามีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้การจัดหาอาวุธสำคัญของไต้หวันต้องล่าช้าหรือถูกยกเลิก

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้กดดันพันธมิตรให้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ซึ่งรัฐบาลไต้หวันก็ให้การสนับสนุนแนวทางดังกล่าว ท่ามกลางการซ้อมรบและการเคลื่อนไหวทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีนรอบเกาะไต้หวัน

ทั้งนี้ จีนอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือไต้หวันมาโดยตลอด แต่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินอนาคตของตนเอง.

ที่มา Reuters

Leave a comment