
13 มี.ค. 2569 17:08 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ ยืนยันทหารดับ 4 ศพ เครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยทหารเสียชีวิต 4 นาย จากทั้งหมด 6 นาย หลังเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 ตกในอิรัก ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจในช่วงความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยยังคงเดินหน้าปฏิบัติการค้นหาและสอบสวนสาเหตุของเหตุการณ์
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (Centcom) แถลงยืนยันเหตุเครื่องบินเติมน้ำมันทางทหารรุ่น KC-135 Stratotanker ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ประเทศอิรัก ส่งผลให้ลูกเรือ 4 รายจากทั้งหมด 6 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าภารกิจกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้ที่อาจรอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง
เซนต์คอมระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นหนึ่งในเครื่องบิน 2 ลำที่ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่อต้านอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเครื่องบินลำที่สองสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย และในเบื้องต้นทางกองทัพยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการถูกโจมตีโดยฝ่ายศัตรูหรือเกิดจากอุบัติเหตุยิงกันเองแต่อย่างใด
แม้กองทัพสหรัฐฯ จะยืนยันว่าเหตุเกิดในน่านฟ้าของฝ่ายพันธมิตร แต่จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ในอิรักที่มีกลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านเคลื่อนไหวอยู่เป็นจำนวนมาก ล่าสุดกองทัพอิหร่านได้ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอ้างว่า กลุ่มพันธมิตรของตนได้ใช้ขีปนาวุธยิงเป้าหมายจนเครื่องบินลำดังกล่าวตก
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้จำนวนทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน เพิ่มขึ้นเป็น 7 นายแล้ว และถือเป็นเครื่องบินลำที่ 4 ของสหรัฐฯ ที่สูญเสียไปในสงครามครั้งนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เครื่องบินขับไล่ F-15 จำนวน 3 ลำเพิ่งถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าคูเวตจากอุบัติเหตุยิงกันเอง
สำหรับเครื่องบิน KC-135 Stratotanker ผลิตโดยบริษัทโบอิ้งในช่วงปี 1950 ถึงต้นปี 1960 ถือเป็น “กระดูกสันหลัง” ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในการทำหน้าที่เติมน้ำมันกลางอากาศ เพื่อเพิ่มระยะการปฏิบัติการให้กับเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดโดยไม่ต้องลงจอด
โดยปกติแล้วเครื่องบินรุ่นนี้จะมีลูกเรืออย่างน้อย 3 ราย ประกอบด้วย นักบิน, นักบินผู้ช่วย และเจ้าหน้าที่ควบคุมคานเติมน้ำมัน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้มีลูกเรืออยู่บนเครื่องถึง 6 ราย ทำให้เกิดความสูญเสียต่อบุคลากรทางการทหารครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง.
ที่มา BBC