
5 เหล่าทัพ มีมติ เห็นพ้อง พัฒนาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพ-ป้องกันภัยศัตรู
วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.
“โฆษกทุกเหล่าทัพ” แถลงข่าวเห็นพ้องกัน พัฒนาขีดความสามารถคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หวังเพิ่มศักยภาพ-ขีดความสามารถกองทัพป้องกันภัยจากศัตรู
วันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) แถลงข่าวผลการประชุมของผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ทั้ง 5 เหล่า ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานการประชุม โดยการแถลงข่าว โฆษกทั้ง 5 เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ , พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ , พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย , พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการประชุม
โดย พล.ต.วิทัย โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า การประชุมผู้บัญชาการเหล้าทัพ มีการหารือถึงการรบในมิติใหม่ โดยเป็นรูปแบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ “เอ็มโซ่” ที่ไม่ใช่เห็นได้ทางกายภาพตาเปล่า ทางไซเบอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และข้อมูลข่าวสาร
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึง “เอ็มโซ่” คือต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าก่อนปฏิบัติการจริง ทำให้เราคงความได้เปรียบ ปฏิบัติภารกิจของทุกเหล่าทัพ ที่ปัจจุบันใช้เครือข่ายเป็นส่วนกลางที่จะใช้คลื่นแม่เหล็กเป็น ศูนย์กลาง ฐานข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เรามีอยู่ ตามปกติ ก็มีการกระทำอยู่แล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการปฏิบัติการ ว่าฝั่งตรงข้ามมีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไรและจะได้ดำรงขีดความสามารถของการใช้ของเราและลดทอนของฝ่ายตรงข้าม ที่เราจะใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ไม่ได้ ส่วนที่กองทัพไทยยกระดับขีดความสามารถเพื่อให้ได้เปรียบ และควบคุมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการฝึกจะใช้ตามที่กสทช.จัดสรรให้แล้วแต่ถ้าเกิดการรบก็ใช้ได้เต็มขีดความสามารถที่กองทัพมีอยู่ของความถี่
พล.ต.วิธัย กล่าวว่า การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเราใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในบางมุมใช้ได้ไม่เต็มที่และคงต้องพัฒนาให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันการมองเห็นจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในส่วนของความมั่นคงกสทช.ได้มีการแบ่งไว้ให้เรียบร้อยแล้วซึ่งพลเรือนไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง
พล.ร.ต.กรจักร์ รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ในการรบทางทะเลไม่มีที่กำบังถ้าใครตรวจจับพื้นที่ตรงข้ามได้ก่อนก็จะได้เปรียบในการใช้อาวุธ ในการต่อตีซึ่งการต่อสู้เป็นการต่อสู้พ้นระยะสายตา ซึ่งขึ้นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นกระดูกสำคัญในการเอาชนะทางทะเลและกองทัพเรือก็มีขีดความสามารถอยู่แล้วของเครื่องบินและเรือในการติดตั้งอุปกรณ์ได้ใช้ประโยชน์ แต่เราสามารถนำไปสู่การร่วมกับพันธมิตร ประเทศอื่นได้ในการลดข้อขัดแย้งและเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน กองทัพเรืออยู่ในขั้นพัฒนา วิธีปฏิบัติได้โดยเชื่อมโยงการปฏิบัติ ของกองทัพเรือให้เกิดเป็นหนึ่งเดียวและเชื่อมโยงกับเหล่าทัพต่าง ๆ ในอนาคต
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ในส่วนของ สตช.จะเป็นภารกิจหลักของตชด. กรณีเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ใช้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยระบบการสื่อสารของฝ่ายเรา