จุลพันธ์ ยันประชุมพรรคไร้ถกโผ ครม. มุ่งเป้าเดียวคือทำงานเพื่อประชาชน

จุลพันธ์ ยันประชุมพรรคไร้ถกโผ ครม. มุ่งเป้าเดียวคือทำงานเพื่อประชาชน

จุลพันธ์ ยันประชุมพรรคไร้ถกโผ ครม. มุ่งเป้าเดียวคือทำงานเพื่อประชาชน

วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

วันที่ 14 มี.ค.69 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค ถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรคว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือหรือสะท้อนความคิดเห็นของ ส.ส. เกี่ยวกับการจัดสรรบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด โดยการพูดคุยส่วนใหญ่เน้นไปที่แนวทางการทำงานของพรรค และการผลักดันนโยบายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การดำเนินงานย่อมมีข้อจำกัดในเชิงองค์ประกอบของรัฐบาลผสม ดังนั้นสิ่งที่สมาชิกพรรคให้ความสำคัญจึงเป็นการทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค รวมถึงเพิ่มความเชื่อมั่นและความนิยมจากประชาชนในอนาคต เป้าหมายของทุกคนตรงกันคือการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และทำให้พรรคมีความเข้มแข็งมากขึ้นผ่านผลงานที่เป็นรูปธรรม ดังนั้นในการประชุมจึงไม่ได้มีการถกเถียงเรื่องตัวบุคคลหรือการจัดสรรตำแหน่ง เนื่องจากทุกคนรับทราบกระบวนการอยู่แล้ว

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังระบุว่า พรรคได้เปิดช่องทางการสื่อสารภายใน เพื่อให้สมาชิกสามารถแสดงความประสงค์ในการทำงานทางการเมืองในบทบาทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ หรือบทบาทอื่น ๆ โดยพรรคพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตัดสินใจสุดท้ายยังคงอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดเล็กเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีตนเองและนายประเสริฐเป็นผู้รับผิดชอบหลัก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการหารืออย่างเป็นทางการ โดยข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเพียงการคาดการณ์หรือการพูดคุยนอกรอบเท่านั้น

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายจุลพันธ์อธิบายว่า การเข้าร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนตั้งแต่ช่วงแรก หลังพรรคแกนนำรัฐบาลมีคะแนนเสียงแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และได้เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมหารือในกรอบแนวคิดการทำงาน ซึ่งเมื่อเห็นว่ามีทิศทางสอดคล้องกัน พรรคจึงตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของกระบวนการในรัฐสภา ทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้ เชื่อว่าการลงมติจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากได้มีการหารือกันเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องการแบ่งตำแหน่งหรือการจัดสรรกระทรวง รวมถึงตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่ง ยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการ และสิ่งที่ปรากฏในสื่อส่วนใหญ่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ผู้สื่อข่าวถามนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  ถึงกฎหมายที่จะผลักดันเรื่องการศึกษาจะทำคะแนนทางการเมืองได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า หากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง ย่อมถือเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้กับประเทศ ทั้งนี้ นอกจากการผลักดันกฎหมายแล้ว ยังมีหลายมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อพัฒนาระบบการศึกษา การจะเปลี่ยนผลงานดังกล่าวให้เป็นคะแนนทางการเมืองหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง หากประชาชนเห็นว่าผลงานของพรรคสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม และส่งผลดีต่อประเทศ ก็เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยอาจได้รับกระทรวงด้านสังคมเป็นหลัก เช่น กระทรวงด้านการศึกษา ซึ่งอาจสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคง นายยศชนันมองว่า ในบริบทโลกปัจจุบัน การทำงานของภาครัฐมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม เทคโนโลยี และภัยพิบัติ ทำให้ไม่มีกระทรวงใดสามารถทำงานเพียงลำพังได้  ไม่ว่าพรรคจะได้ดูแลกระทรวงใด ก็สามารถสร้างผลงานได้เช่นกัน เพราะทุกกระทรวงจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน และน่าจะหมดยุคที่แต่ละหน่วยงานทำงานแยกส่วน ประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้าไปข้างหน้าด้วยความร่วมมือและความสามัคคี 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วง 4 ปี ข้างหน้าว่า ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะพิสูจน์อนาคตทางการเมืองของพรรค โดยพรรคได้หารือกันเบื้องต้นว่า ในช่วงเวลาของรัฐบาลชุดนี้ สมาชิกทุกคนต้องทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้การบริหารประเทศเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคได้กำชับ ส.ส. ให้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากการเมืองในปัจจุบันต้องสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ทุกฝ่ายในพรรคต้องร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับโอกาสที่ได้รับ และสร้างการเติบโตให้กับพรรคในอนาคต พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทยยังมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาศักยภาพของพรรคให้เติบโตทางการเมืองต่อไปในอนาคต หลังจากเคยเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ในอดีต

Leave a comment