
ศักดิ์สยามตีปีก ป.ป.ช.สารภาพ ยกคำร้องซุกหุ้น หักมติศาลรธน.
วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ศักดิ์สยามตีปีก ป.ป.ช.สารภาพ ยกคำร้องซุกหุ้น หักมติศาลรธน.
ป.ป.ช.สารภาพแล้ว มติชุดใหญ่เมื่อเดือนกันยายนปี’68 ยกคำร้องคดี“ศักดิ์สยาม” ปมซุกหุ้น สวนทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีเขากระโดงยังสอบต่อ หลังดีเอสไอไม่รับเป็นคดีพิเศษ เหตุมีการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมือง จ. บุรีรัมย์และ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์หลังจากตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยื่นร้องทุกข์ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดีเอสไอ) ตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดงซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟ จำนวน 4,414ไร่โดยขอให้มีคำสั่งเพิกถอนเรียกค่าเสียหาย ในส่วนของดีเอสไอมีมติไม่รับเป็นคดีพิเศษเนื่องจากปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาล
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เหตุผลที่ดีเอสไอมีมติไม่รับคดีเขากระโดงเป็นคดีพิเศษเกิดจากรูปคดีเพราะคดีดังกล่าวขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาลแล้ว จึงไม่สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะซ้ำซ้อนกับศาลไม่สามารถฟ้องซ้ำได้
“เนื่องจากก่อนหน้าที่การรถไฟจะมายื่นคำร้องต่อดีเอสไอขอให้รับคดีพิเศษ ทางผู้ว่าการรถไฟฯได้ฟ้องไปแล้ว ซึ่งตามระเบียบของคณะกรรมการคดีพิเศษระบุชัดว่า หากมีการดำเนินคดีในชั้นศาลแล้ว หรือมีการดำเนินคดีอาญาก็ให้ดำเนินคดีต่อไป ส่วนดีเอสไอรับคดีพิเศษไม่ได้”แหล่งข่าวระบุ
ทางด้าน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม และ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กล่าวหาการถือครองหุ้นแทนในหจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
โดย นายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า เรื่องนี้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติยกคำร้องไปเมื่อเดือน ก.ย.2568 ที่ผ่านมา
“อย่างไรก็ดี ขณะนั้นตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.จึงยังไม่ทราบมติรายละเอียดว่าเป็นสำนวนเดียวกัน หรือเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง”นายสุรพงษ์ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 17 ม.ค.2567 มีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เสียง ชี้ว่า จากข้อพิรุธหลายประการดังกล่าว ประกอบพฤติการณ์แวดล้อมทั้งปวงแห่งคดี จึงฟังได้ว่า นายศักดิ์สยาม และนายศุภวัฒน์ เกษมสุข (ผู้ถือหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ) ตกลงนำเงินของนายศักดิ์สยาม ทำธุรกรรมต่าง ๆ ในนามนายศุภวัฒน์
โดยขั้นตอนสุดท้ายนำเงินนั้นซื้อกองทุนต่างๆ ในชื่อนายศุภวัฒน์ แล้วขายกองทุนดังกล่าว ชำระค่าหุ้นแก่นายศักดิ์สยาม เช่นนี้ เงิน 119.5 ล้านบาทยังเป็นของนายศักดิ์สยาม จึงยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีนายศุภวัฒน์ ครอบครองหุ้นของ หจก.บุรีเจริญ และดูแล หจก.บุรีเจริญ แทนนายศักดิ์สยามมาโดยตลอด
อันเป็นการถือหุ้นของรัฐมนตรีอยู่ในความครอบครอง หรือดูแลของบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยทางใดๆ เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้าม มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ดังนั้นความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัว มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187
อย่างไรก็ตาม กรณีหาก ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องในคดีดังกล่าวจริง ก็ต้องจับตาต่อไปว่า ในแง่มุมของกฎหมายจะเป็นอย่างไร เนื่องจากแตกต่างจากข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ