สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

14 มี.ค. 2569 08:37 น.

สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลาง ส่งเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ทริโปลี เสริมทัพ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเตรียมโจมตีอิหร่านอย่างหนัก ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สหรัฐอเมริกาส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลาง รวมถึงเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ทริโปลี (USS Tripoli) ท่ามกลางสงครามกับอิหร่าน ที่กำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ผู้นำสหรัฐประกาศเตรียมเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการโจมตี

โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ทาง Fox News เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ว่า กองกำลังสหรัฐจะโจมตีเป้าหมายของอิหร่านอย่างหนักมาก ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล ในสงครามตะวันออกกลางครั้งล่าสุด

สงครามดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต และนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งทั่วภูมิภาค

สหรัฐ–อิสราเอลโจมตีแล้วกว่า 15,000 เป้าหมาย

ด้านพีท เฮกเซ็ท รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กองกำลังสหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามแล้วมากกว่า 15,000 เป้าหมาย หรือเฉลี่ยมากกว่า 1,000 เป้าหมายต่อวัน

เขายังระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้ศักยภาพการตอบโต้ของอิหร่านลดลงอย่างมาก โดยการยิงขีปนาวุธลดลงประมาณ 90%, การโจมตีด้วยโดรนลดลงประมาณ 95%

ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากบิดา ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ฝ่ายอิหร่านยืนยันเพียงว่าเขาบาดเจ็บ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ขณะที่ฝ่ายอิหร่านประกาศจะยังคงกดดันการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าว และเตือนว่าความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น หากการโจมตีต่ออิหร่านยังดำเนินต่อไป

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบ และยังคงส่งผลกระทบต่อ ราคาน้ำมันโลก ความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจโลก ในระยะต่อไป.

ที่มา : channelnewsasia

Leave a comment