
15 มี.ค. 2569 09:37 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
พายุทรายถล่มกาซา ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม ซ้ำเติมวิกฤตผู้พลัดถิ่น
ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาต้องเผชิญกับความยากลำบาก หลังพายุทรายลูกใหญ่พัดถล่ม เปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสีส้ม ซ้ำเติมความทุกข์ยากของผู้พลัดถิ่นกว่า 2 ล้านคนที่ต้องอาศัยในเต็นท์อย่างไร้ที่พึ่ง ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) เกิดพายุทรายรุนแรงพัดถล่มพื้นที่ฉนวนกาซา ส่งผลให้ทัศนวิสัยย่ำแย่และสภาพอากาศกลายเป็นสีส้มหนาทึบ หน่วยกู้ภัยภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทยที่บริหารงานโดยกลุ่มฮามาส ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเร่งยึดโครงสร้างเต็นท์ที่พักให้แน่นหนาเพื่อป้องกันแรงลมพัดเสียหาย พร้อมเตือนกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจให้อยู่แต่ภายในที่พักอาศัย
สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสส่งผลให้ประชากรกว่า 2 ล้านคนในกาซาต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น หลายคนต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์หรือซากอาคารที่พังเสียหาย ซึ่งแทบจะไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ไม่ว่าจะเป็นฝน ลมแรง หรือพายุทราย
อาลี ชูรับ ชาวปาเลสไตน์ที่พลัดถิ่นจากราฟาห์และปัจจุบันอาศัยอยู่ในค่ายพักแรมในเมืองข่าน ยูนิส เผยความรู้สึกด้วยความอัดอั้นว่า “การอยู่ในเต็นท์มันคือความอัปยศอดสู ไม่มีคำไหนจะอธิบายได้ เรากำลังจะขาดใจตาย ทั้งความอึดอัดและความลำบาก สถานการณ์ตอนนี้มันยากลำบากเกินกว่าจะรับไหว แค่จะลืมตายังทำได้ยากเลย”
ภาพจากสำนักข่าวเอพี แสดงให้เห็นภาพเต็นท์ที่สั่นไหวอย่างรุนแรงตามแรงลม ต้นไม้เอนไหว และรถยนต์ที่ต้องขับเคลื่อนไปท่ามกลางฝุ่นควันหนาทึบบนท้องถนน
นอกเหนือจากภัยธรรมชาติ หน่วยป้องกันพลเรือนของกาซารายงานว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การโจมตีจากฝ่ายอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 6 ราย โดยในช่วงก่อนรุ่งสากของวันเสาร์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายและพลเรือน 1 รายเสียชีวิตจากการโจมตีในเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้
นอกจากนี้ เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มี.ค.) มีรายงานการโจมตีกลุ่มพลเรือนทางตะวันออกของเมืองกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยร่างของผู้เสียชีวิตถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ซึ่งเป็นสถานพยาบาลหลักในพื้นที่ ทั้งนี้ ทางกองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ล่าสุดนี้
สถานการณ์ความรุนแรงในดินแดนปาเลสไตน์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการประกาศหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นจากการที่อิสราเอลยังคงดำเนินปฏิบัติการทางอากาศต่ออิหร่านมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่แผ่ขยายวงกว้างในขณะนี้.