
มรสุมลูกใหญ่พรรคส้ม จากความผิดพลาดที่ก่อเอง สู่แฮตทริกยุบพรรค?
วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.11 น.
สถานการณ์ของพรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ในขณะนี้ต้องถือว่าเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหนัก หากไล่เรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าปัญหาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากการบริหารจัดการของพรรคเองตั้งแต่ต้น
ต้นตอสำคัญอยู่ที่ระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคซึ่งเปิดช่องโหว่สำคัญ จนข้อมูลของประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง และกลายเป็นปัญหาที่พรรคต้องเผชิญจากความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเอง
ชนวนเริ่มจากการตรวจพบว่ามีบุคคลภายนอกพยายามเข้าถึงระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรค แม้พรรคจะยังไม่ยืนยันว่าข้อมูลของสมาชิกทั้งหมดกว่า 111,835 ราย รั่วไหลหรือไม่ แต่การที่บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญอย่าง Laser ID ได้ ก็สะท้อนถึงความบกพร่องของระบบที่พรรคเลือกใช้เอง
ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไม่ได้มีเพียงชื่อหรือหมายเลขโทรศัพท์ แต่ยังรวมถึงข้อมูลยืนยันตัวตนของสมาชิก หรือ KYC (Know Your Customer) ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลระดับลึกที่ใช้ยืนยันตัวบุคคลโดยตรง
รูปแบบการเก็บข้อมูลลักษณะนี้แตกต่างจากพรรคการเมืองส่วนใหญ่ในประเทศ เพราะพรรคการเมืองอื่นมักเก็บข้อมูลสมาชิกเพียงเท่าที่กฎหมายกำหนด ขณะที่พรรคประชาชนเลือกใช้ระบบสมัครสมาชิกออนไลน์ที่ต้องกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนระดับลึกอย่าง Laser ID
เมื่อระบบที่เก็บข้อมูลจำนวนมากเกิดช่องโหว่ ความเสียหายจึงขยายวงกว้าง และกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่พรรคส้มต้องเผชิญจากความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเอง
การจัดเก็บข้อมูลสมาชิกพรรคในลักษณะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับโดยตรง โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ซึ่งกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม
กฎหมายยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลภายใน 72 ชั่วโมง
แต่ในกรณีของพรรคประชาชน มีข้อมูลว่าพรรคได้รับรู้ถึงความผิดปกติของระบบและการเข้าถึงข้อมูลก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งเหตุภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายวันก่อนจะมีการชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในเวลาเดียวกัน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งให้ยกเลิกการใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของพรรคประชาชน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านข้อมูลของประชาชน
กรณีข้อมูลสมาชิกพรรคจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคของระบบข้อมูล แต่กลายเป็นประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของประชาชนโดยตรง
สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อมีการยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบการดำเนินการของพรรคประชาชน
คำร้องของ ศรีสุวรรณ จรรยา ระบุว่า ระบบสมัครสมาชิกของพรรคกำหนดให้ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลสำคัญอย่าง Laser ID ซึ่งเป็นรหัสหลังบัตรประชาชน ทั้งที่กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ข้อมูลประเภทนี้
การเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนระดับลึกเช่นนี้ แต่ไม่สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ จึงถูกระบุว่าเป็นความบกพร่องในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง
คำร้องดังกล่าวอ้างถึง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 (3) ซึ่งเปิดช่องให้พิจารณาการกระทำของพรรคการเมืองที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน
หากคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าคำร้องมีมูล ก็สามารถเสนอเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยยุบพรรคตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
สถานการณ์ของพรรคส้มจึงถูกจับตามองมากขึ้น เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองของคนกลุ่มนี้ถูกยุบมาแล้วสองครั้ง
ครั้งแรกคือ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคในปี 2563 จากกรณีเงินกู้ที่หัวหน้าพรรคปล่อยกู้ให้พรรคการเมืองของตนเอง
หลังจากนั้น สมาชิกจำนวนมากย้ายไปทำงานทางการเมืองต่อภายใต้ พรรคก้าวไกล ซึ่งสามารถคว้าคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งปี 2566
อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคในปี 2567 จากกรณีการผลักดันนโยบายแก้ไขกฎหมาย มาตรา 112 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าเข้าข่าย ล้มล้างการปกครอง
หลังการยุบพรรคก้าวไกล อดีต ส.ส.จำนวนมากจึงย้ายเข้าสังกัดพรรคที่มีอยู่เดิม ก่อนปรับชื่อพรรคเป็น พรรคประชาชน
เมื่อเกิดกรณี ข้อมูลสมาชิกรั่ว และมีการยื่นคำร้องยุบพรรคต่อ กกต. สถานการณ์จึงกลับมาอยู่บนเส้นทางกฎหมายอีกครั้ง และทำให้คำว่า “แฮตทริกยุบพรรค” ถูกพูดถึงในสนามการเมืองทันที
เหตุการณ์ตั้งแต่อนาคตใหม่มาจนถึงปัจจุบัน มีต้นเหตุจากการตัดสินใจของพรรคเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเงินกู้ นโยบายแก้ไขมาตรา 112 หรือระบบจัดเก็บข้อมูลสมาชิกของพรรคประชาชน
คำว่า “นิติสงคราม” มีแนวโน้มจะถูกหยิบขึ้นมาใช้อธิบายสถานการณ์ หากผลของกระบวนการทางกฎหมายไม่เป็นไปตามที่พรรคต้องการ
แต่เมื่อไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าปัญหาแต่ละครั้งไม่ได้เริ่มจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง หากเริ่มจากการดำเนินการของพรรคเอง
และหากกระบวนการทางกฎหมายเดินไปถึงขั้นสุดท้าย การเมืองไทยก็อาจได้เห็น แฮตทริกยุบพรรคของตระกูลพรรคส้ม จากความผิดพลาดที่ก่อขึ้นเอง.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์