
17 มี.ค. 2569 11:48 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ฟิลิปปินส์เร่งแจกเงินเยียวยา-ขึ้นค่าโดยสาร หลังราคาน้ำมันพุ่งเซ่นพิษสงคราม
รัฐบาลฟิลิปปินส์เร่งออกมาตรการระยะสั้น ทั้งแจกเงินช่วยเหลือผู้ขับขี่สามล้อและปรับขึ้นค่าโดยสารระบบขนส่ง หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง กระทบค่าครองชีพและรายได้ประชาชนทั่วประเทศ ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่รุดเจรจานำเข้าน้ำมันจากรัสเซียหวังบรรเทาภาระประชาชน
คนขับรถสามล้อเครื่องหลายร้อยคนในกรุงมะนิลาต่างพากันเข้าคิวรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นเมื่อเดือนก่อน หลังเกิดการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน
มาตรการรัดเข็มขัดทั่วประเทศวิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ฟิลิปปินส์ต้องออกมาตรการฉุกเฉินหลายด้าน รวมถึงการปรับลดวันทำงานของข้าราชการเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ การลดรอบเรือเฟอร์รี่ในบางพื้นที่ และการเริ่มมองหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อความอยู่รอดของชาติ
ในวันเดียวกันนั้น ทางการฟิลิปปินส์ได้ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารขนส่งสาธารณะหลายประเภท รวมถึง “รถจี๊ปนีย์” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในฟิลิปปินส์ โดยนายวีเกอร์ เมนโดซา ประธานหน่วยงานกำกับดูแลการขนส่ง เปิดเผยว่าค่าโดยสารรถจี๊ปนีย์จะปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 8% เพื่อสะท้อนถึง “ความห่วงใยอย่างแท้จริง” ต่อทั้งผู้โดยสารและผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อน
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าโดยสารยังไม่ครอบคลุมถึงรถสามล้อเครื่องที่มีอยู่หลายแสนคันทั่วประเทศ ซึ่งเน้นรับส่งผู้โดยสารตามตรอกซอกซอยแคบๆ โดยนายโรมิโอ ซิปริอาโน วัย 60 ปี ผู้ยึดอาชีพคนขับรถสามล้อมานาน กว่า 40 ปี กล่าวว่านี่คือน้ำมันที่แพงที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา และเงินช่วยเหลือ 5,000 เปโซ (ประมาณ 2,710 บาท) ที่ได้รับนั้น “ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย”
ส่วนนายอัล เด โอคัมโป อีกหนึ่งคนขับรถรับจ้างระบุว่า รายได้ต่อวันของเขาลดลงครึ่งหนึ่งจาก 1,000 เปโซ เหลือเพียง 500 เปโซ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยกเว้นหรือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 50% จนกว่าสงครามจะสงบ

คาดว่าวุฒิสภาจะลงมติมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ สามารถสั่งระงับหรือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นการชั่วคราวได้ในเร็วๆ นี้
เนื่องจากฟิลิปปินส์พึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเกือบทั้งหมด การปิดช่องแคบฮอร์มุซจึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ล่าสุด นายรามอน อัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Petron ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียวในประเทศ ยืนยันว่าบริษัทกำลัง “อยู่ระหว่างการเจรจา” เพื่อความเป็นไปได้ในการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรนข้อจำกัดบางประการในธุรกิจน้ำมัน.
ที่มา AFP