​โหวตนายกฯ สภาฯนัดเคาะ19มีนา เร่งตั้งรัฐบาลฝ่าวิกฤต

​โหวตนายกฯ สภาฯนัดเคาะ19มีนา เร่งตั้งรัฐบาลฝ่าวิกฤต

​โหวตนายกฯ สภาฯนัดเคาะ19มีนา เร่งตั้งรัฐบาลฝ่าวิกฤต

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โหวตนายกฯ สภาฯนัดเคาะ19มีนา เร่งตั้งรัฐบาลฝ่าวิกฤต

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ประธานสภา-รองประธานสภาแล้ว โสภณ” เตรียมออกหนังสือประชุมสภาฯ เพื่อโหวตนายกฯ 19 มีนาคม อยากให้มีรัฐบาลโดยเร็ว เพราะหลายวิกฤตรุมเร้า จับตาศาลรธน.นัดประชุม 18 มีนาคม 2569 พิจารณา รับ-ไม่รับ” คำร้องคดี บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ไว้พิจารณาหรือไม่

เมื่อวันที่ 16มีนาคม2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็น ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ 1.นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 2.น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 3.นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบันนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายโสภณ ซารัม ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังรับตำแหน่งประธานสภาฯว่า วันนี้ตนและรองประธานสภาฯอีก2คน นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชีวิตของพวกตนทั้ง3รวมถึงครอบครัว เป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ดังพวกเราทั้ง3จะน้อมนำพระราชดำรัสในวันเปิดพิธีรัฐสภาไปทำงาน วันนี้ถือว่าเป็นวันที่พวกเราทั้ง3คนได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ต่อจากนี้ไปจะเป็นการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ตนอยากเรียนว่าในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ที่มีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ และพรรคอื่นๆมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พวกเราได้รับความไว้วางใจในการมาทำหน้าที่ประธาน และรองประธานสภาฯ ยืนยันว่าพวกเราจะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นให้ได้ในสภาฯชุดที่ 27

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ตนและรองประธานสภาฯทั้ง2คน ได้แสดงวิสัยทัศน์เห็นตรงกันว่า จะสร้างความศรัทธาให้สภาฯแห่งนี้เป็นสภาฯที่พึ่ง ที่หวังของประชาชน ในความเห็นพวกเราทั้ง3คน เราอยากเห็นการเปลี่ยนวิธีคิด การทำงานของสภาฯชุดนี้จะเป็นสภาฯที่ทำงานด้วยการกระทำมากกว่าพูดแล้วไม่ได้ข้อสรุป เรื่องไหนที่ประชาชนไม่ชอบหรือเบื่อหน่ายเราจะไม่ให้เกิดขึ้นเด็ดขาด เรื่องที่ใช้เวลาในสภาฯไม่เป็นประโยชน์ เรื่องที่สาระน้อย เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เราจะใช้เวลาเหล่านั้นให้น้อยที่สุด สิ่งที่เราทั้ง3ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อจากนี้ไป คือการนำความทุกข์ร้อนของประชาชนมาปรึกษาหารือในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นการยื่นญัตติหรือกระทู้ จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่นำเรื่องที่ไม่ใช่ความเดือดร้อน หรือเรื่องไม่เร่งด่วนมาพูด การปรึกษาหารือต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องใช้สภาฯให้เป็นประโยชน์ ส่วนการถ่วงดุลตรวจสอบ ก็ว่ากันไปตามหน้าที่ของฝ่ายค้าน

“เราอยากเห็นสภาฯชุดที่ 27 นี้ขับเคลื่อนกฎหมาย เพื่อเป็นทิศทาง เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารที่จะผลักดันประเทศให้ข้ามวิกฤตการณ์ของโลกอยู่ในขณะนี้ให้ได้ ที่ผ่านมาเราพึ่งแต่ฝ่ายบริหาร กฎหมายก็มาจากฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นสภาฯชุดนี้จะหลอมรวมกัน เราจะทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อน สุดท้ายนี้ผมอยากเรียกร้องให้สมาชิกคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน สิ่งใดที่ประชาชนไม่ชอบ ขอความกรุณาอย่ามาใช้เวลาที่ทำให้ไม่เกิดประโยชน์บางเรื่องที่พูดแล้วมันเหมือนอุดมการณ์ แต่บางเรื่องมีข้อจำกัด เราต้องอยู่บนโลกความเป็นจริงและทำให้ความเป็นจริงของโลกไปในทิศทางที่ดีให้ได้ เชื่อมั่นว่าสภาฯชุดนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านจะมุ่งมั่นขับเคลื่อนทำงาน ฝากบอกพี่น้องประชาชนว่าขอให้เป็นกำลังใจ ให้ตำหนิทางสร้างสรรค์เรื่องใดที่ พวกเราทั้ง3คน พร้อมรับการติชมจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะภาคประชาชน หน่วยราชการ และที่สำคัญจากสมาชิก เราพร้อมจะรับมาปรับปรุงทุกเรื่อง สุดท้ายสภาฯถกเถียงกันอย่างไร ก็ต้องจบด้วยมติ” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี นายโสภณ กล่าวว่า วันนี้ตนจะเซ็นหนังสือเพื่อเรียกประชุมสภาฯ พิจารณาโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่19มี.ค.นี้ ตนอยากเห็นรัฐบาลมีอำนาจเต็มก่อนช่วงสงกรานต์ เพราะขณะนี้วิกฤติต่างๆรุมเร้ากันหมด การมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นหากไม่มีอะไรขัดข้อง การโหวตเลือกนายกฯฃนจะเกิดขึ้นในวันที่ 19มี.ค.นี้ เมื่อถามถึงกฎหมายต่างๆที่ค้างมาจากสภาฯชุดที่แล้ว อย่างเช่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จะดำเนินการอย่างไร ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะยืนยันกฎหมายเข้ามา คงต้องรอให้มีคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใหม่ก่อน

วันเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า การประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพุธที่ 18มีนาคม 2569 จะมีการพิจารณาว่า จะรับคำร้องคดี“บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง”ไว้พิจารณาหรือไม่ ภายหลังจากที่มีข้อกังวลอาจกระทบหลักการลงคะแนนลับ หากศาลรับคำร้อง คดีอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญต่อการเลือกตั้งปี2569 การประชุมของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 18มีนาคมนี้ ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย เนื่องจากมีวาระสำคัญพิจารณาว่าจะรับคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปปี2569 ไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาว่าศาลจะรับคำร้องเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยหรือไม่หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคำร้องดังกล่าวมีต้นทางจากประชา ชนที่ยื่นเรื่องผ่านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้สามารถตรวจสอบหรือเชื่อมโยงย้อนกลับถึงผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นการออกเสียงโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรม ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานานถึง 7 ปี จากนี้ในบทบาทของสภาจะยังดูแลกระทรวงเกษตรฯ ต่อไปอย่างไร โดยระบุว่า พรรคกล้าธรรม ทำได้ทุกอย่าง และในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถเสนอต่อรัฐบาลได้ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่าน สส.ในกรรมาธิการชุดต่างๆ ก็จะประสานทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่เมื่อวันที่ 15 มี.ค.กล้าธรรมลงมติงดออกเสียงเลือกประธานสภา ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า กล้าธรรมไม่มีบุคคลที่เห็นว่า อยากเห็นชอบด้วย จึงงดออกเสียงจะดีกว่า พรรคกล้าธรรมมีหลักการ มีอุดมการณ์ และมีจุดยืนของตัวเอง และเรื่องนี้ตนไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว เพราะได้ขอมติพรรคก่อนเข้าประชุมแล้ว

ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคกล้าธรรมด้วยหรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ไม่แน่ ต้องรอประชุมแต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันภายในพรรค และยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุย หรือมีโอกาสได้เจอกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่วนการที่นายอนุทิน ระบุว่า ความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ ร้อยเอกธรรมนัส ย้อนถามว่า “ท่านหมายถึงผมหรือเปล่า เข้าใจเอาเองหรือเปล่า”แต่สื่อมวลชนได้ตอบว่า”ใช่“พร้อมถามว่า ของท่านไม่มีวันหมดอายุด้วยหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตของตนมีเพื่อนเยอะ มีพี่เยอะ มีน้องเยอะ ตนไม่ฆ่านายขายเพื่อน โดยเฉพาะความเป็นเพื่อน ตนจบนักเรียนเหล่าฯให้ความสำคัญเน้นมากกว่า เพื่อนไม่มีวันตาย

เมื่อถามว่า นายอนุทิน คือเพื่อนที่ไม่มีวันตายใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า”ถ้าท่านหมายถึงผม ผมก็หมายถึงท่านนั่นแหละ ส่วนจะสนับสนุนนายอนุทิน ในการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นั้น ยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองคนละเรื่องกันกับความเป็นเพื่อนพี่น้อง”

Leave a comment