ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ

ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ

18 มี.ค. 2569 13:32 น.

ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ

มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ประกาศกร้าว ขู่สหรัฐฯต้องเจอการต้านทานสุดกำลังหากบุกเข้ายึดคิวบา หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมลงมือขณะคิวบากำลังอ่อนแออย่างหนักจากวิกฤตพลังงาน

มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันหนักแน่นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับการ “ต้านทานสุดกำลัง” หากคิดจะรุกล้ำอธิปไตยหรือพยายามเข้ายึดครองคิวบา

ความขัดแย้งครั้งนี้ปะทุขึ้นหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) โดยส่งสัญญาณชัดเจนว่าเขาเตรียมที่จะ “จัดการ” กับคิวบาในเร็ววัน พร้อมกล่าวว่า ตลอดชีวิตเขาได้ยินเรื่องข้อพิพาทระหว่างสหรัฐฯ และคิวบามาตลอด และขณะนี้เขาเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง และเขารู้สึกเป็นเกียรติหากได้เป็นคนเข้าไป “ยึด” คิวบา ไม่ว่าจะในฐานะผู้ปลดปล่อยหรือผู้ยึดครอง เนื่องจากในสายตาของเขา คิวบากำลังเป็นประเทศที่อ่อนแออย่างหนักในเวลานี้

ทางด้าน นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบา ผู้วิจารณ์รัฐบาลคิวบาอย่างรุนแรงมาโดยตลอด ออกมาระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการที่ทางการคิวบาประกาศออกมาเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ที่จะยอมให้ชาวคิวบาพลัดถิ่นสามารถกลับไปลงทุนและเป็นเจ้าของธุรกิจในประเทศได้นั้น “ยังไม่ดีพอ” และไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปตลาดเสรีตามที่รัฐบาลทรัมป์เรียกร้อง โดยนายรูบิโอเน้นย้ำว่าคิวบาจำเป็นต้องตัดสินใจในเรื่องที่ใหญ่กว่านี้หากต้องการจะก้าวพ้นวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีดิอัซ-กาเนล ของคิวบา ยังคงมีท่าทีหนักแน่นในการแสดงความต่อต้านต่อสหรัฐฯ โดยเขาได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเพียงใด คิวบาก็สามารถรับประกันได้หนึ่งอย่าง คือผู้รุกรานจะต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างสุดกำลัง 

ขณะเดียวกัน นางทานิเอริส ดิเอกูเอซ (Tanieris Dieguez) อุปทูตคิวบาประจำกรุงวอชิงตัน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า  แม้คิวบาจะเปิดกว้างในการเจรจาและพร้อมเปิดรับการลงทุนเพิ่ม แต่ประเด็นเรื่องระบอบการปกครองและอธิปไตยของประเทศนั้น “ไม่อยู่ในเงื่อนไขการเจรจา” พร้อมขอให้สหรัฐฯ เคารพอธิปไตยและสิทธิในการกำหนดชะตาชีวิตของชาวคิวบาเอง

ปัจจุบันสถานการณ์ในคิวบากำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 มี.ค.) เพิ่งเกิดเหตุระบบไฟฟ้าล่มทั่วประเทศ ตอกย้ำถึงภาวะเศรษฐกิจที่กำลังล่มสลายหลังจากคิวบาต้องสูญเสียเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักผู้ส่งน้ำมันสู่คิวบา ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่สามารถโค่นล้มนายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำของเวเนซุเอลาลงได้ ส่งผลให้เส้นทางทางทะเลของคิวบาถูกปิดล้อมจนไม่สามารถนำเข้าน้ำมันได้เลยตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา

แม้ว่าในช่วงเช้าของวานนี้ (17 มี.ค.) เจ้าหน้าที่จะสามารถกู้ระบบไฟฟ้าคืนมาได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของประเทศ รวมถึงร้อยละ 45 ของกรุงฮาวานา แต่ประชาชนยังคงมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวง โดยนางโอลกา สัวเรซ (Olga Suarez) หญิงวัย 64 ปี เผยกับสื่อว่า สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคือการที่ไฟฟ้าดับยาวนานจนทำให้อาหารที่มีอยู่น้อยนิดในตู้เย็นเน่าเสีย เพราะทุกอย่างในตอนนี้มีราคาแพงมาก เธอยังยอมรับว่าชาวคิวบาเริ่มเคยชินกับการตื่นและการนอนโดยไม่มีไฟฟ้าใช้กันเป็นเรื่องปกติไปแล้วเนื่องจากระบบผลิตไฟฟ้าที่เก่าแก่และการขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนัก

นอกจากวิกฤตการเมืองและพลังงานแล้ว คิวบายังต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติซ้ำเติมจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ที่เกิดขึ้นบริเวณนอกชายฝั่งในช่วงเช้าวานนี้ (17 มี.ค.) แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายรุนแรง แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเกาะที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านจากสหรัฐฯ.

ที่มา: AFP

Leave a comment