ศาล รธน.มติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

ศาล รธน.มติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

ศาล รธน.มติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.19 น.

มติศาล รธน. 6 ต่อ 3 รับวินิจฉัยปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ สั่ง กกต.ยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน พร้อมให้เวลาอีก 15 วัน ส่งบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีได้มาของพยานหลักฐาน นับแต่ได้รับหนังสือเรียก

18 มีนาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 1 , เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 2 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องที่ 3 ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (บาร์โค้ด) และรหัสคิวอาร์ (คิวอาร์โค้ด) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 98 และมาตรา 224

ซึ่งศาลฯ พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริง อันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้เกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มิใช่เฉพาะเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกรณี มีปัญหา ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการดำเนินการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 ประกอบมาตรา 83 วรรคสอง คำร้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 มีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 6 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายวิรุฬห์ แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ , นายนภดล เทพพิทักษ์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ ส่วน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 3 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และ นายสราวุธ ทรงศิวิไล เห็นว่า ไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้ผู้ถูกร้องทั้งสามทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทั้งสามยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก

Leave a comment