
เรือประมงจ่อชะงัก หลังราคาน้ำมันเขียวพุ่ง ส่อกระทบหารทะเล เตรียมหารือรัฐบาล
วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.
เรือประมงจ่อชะงัก หลังราคาน้ำมันเขียวพุ่ง ส่อกระทบราคาอาหารทะเล เตรียมหารือรัฐบาลเพื่อพิจารณามาตรการตรึงราคาน้ำมันเขียว
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2569 นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือประมงสมาชิกสมาคมที่ทยอยนำเรือกลับเข้าฝั่ง หลังจากน้ำมันที่เติมไว้ใกล้หมด ได้แจ้งว่า อาจยังไม่ออกทำประมงในรอบใหม่ เนื่องจากราคาน้ำมันเขียวปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ต้นทุนการทำประมงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญราคาน้ำมันเขียวที่ผู้ประกอบการเติมไว้เมื่อ 10–15 วันก่อน อยู่ที่ประมาณลิตรละ 18–20 บาท
ล่าสุดราคาน้ำมันเขียวหน้าคลังอยู่ที่ 39.39 บาทต่อลิตร สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งต้นทุนหลักของการทำประมงมาจากค่าน้ำมัน เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่ราคาสัตว์น้ำหน้าท่ายังไม่ปรับเพิ่ม ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ นอกจากนี้ยังข้อจำกัดในการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่ต้นทุนสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือ ค่าแรงลูกเรือ ซึ่งต้องจ่ายตามกฎหมายแรงงาน แม้ไม่ได้ออกเรือก็ตาม
ขณะเดียวกัน ภาคการประมงยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยอื่น ทั้งการแข่งขันจากสินค้าประมงนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านดังนั้น หากผู้ประกอบการตัดสินใจจอดเรือ อาจจำเป็นต้องเลิกจ้างแรงงาน และจะส่งผลกระทบต่ออุปทานและราคาสินค้าประมงในตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตัดสินใจจอดเรืออาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่จังหวัดชายทะเล จากสถานการณ์ราคาน้ำมันเขียวที่พุ่งสูง จึงเป็นเหตุให้สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำโดยนายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมฯ เตรียมเข้าหารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อเสนอแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน
สำหรับประเด็นสำคัญที่สมาคมฯ เตรียมเสนอได้แก่ การขอให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกินลิตรละ 30 บาท โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกองทุนที่เกี่ยวข้อง การขอปรับลดค่าการกลั่นน้ำมันเขียวลงลิตรละ 5 บาท รวมถึงการเปิดทางให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อใช้ในภาคประมง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เรือประมงทั้งพาณิชย์และพื้นบ้านสามารถเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่เหมาะสม และขอให้มีมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนอย่างเร่งด่วน เพื่อประคองผู้ประกอบการในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังผันผวน โดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยประเมินว่า ปัจจุบันมีเรือประมงจำนวนกว่า 6,000 ลำ ใช้น้ำมันรวมกันหลายสิบล้านลิตรต่อเดือน หากไม่สามารถควบคุมต้นทุนเชื้อเพลิงได้ อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งภาคการผลิต การจ้างงาน และราคาสินค้าอาหารทะเลในประเทศ