
19 มี.ค. 2569 11:01 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ทรัมป์ลั่นสหรัฐฯ-กาตาร์ไม่เกี่ยว หลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซอิหร่าน เตือนห้ามโจมตีโดฮา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกโรงชี้แจงกรณีอิสราเอลบุกถล่มแหล่งก๊าซธรรมชาติ “เซาท์ พาร์ส” ของอิหร่าน ยืนยันสหรัฐฯ และกาตาร์ “ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้” พร้อมขีดเส้นตายสั่งอิหร่านหยุดโจมตีกาตาร์ มิฉะนั้นกองทัพสหรัฐฯ จะเปิดฉากทำลายล้างแหล่งพลังงานทั้งหมดของอิหร่านด้วยตัวเอง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ระบุว่า การโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติ เซาท์ พาร์ส (South Pars) ของอิหร่านเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) เป็นปฏิบัติการของอิสราเอลเพียงฝ่ายเดียว โดยที่สหรัฐอเมริกาและกาตาร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับรู้ถึงแผนการดังกล่าวล่วงหน้าแต่อย่างใด
“สหรัฐฯ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้เลย และประเทศกาตาร์ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม รายงานจากสื่อใหญ่อย่าง Wall Street Journal และ Axios กลับระบุข้อมูลที่ขัดแย้งกันว่า ทรัมป์รับทราบแผนการโจมตีของอิสราเอลล่วงหน้าและให้การสนับสนุนปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเป้าหมายคือส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อิหร่านแชร์พื้นที่ร่วมกับกาตาร์ พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ
ทรัมป์ระบุชัดเจนว่า อิสราเอลจะไม่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในเซาท์ พาร์ส เพิ่มเติมอีก “เว้นแต่” อิหร่านจะตัดสินใจอย่างโง่เขลาด้วยการโจมตีกาตาร์ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยทรัมป์ประกาศกร้าวว่า:
“หากอิหร่านโจมตีกาตาร์ สหรัฐฯ จะทำการระเบิดทำลายล้างพื้นที่ทั้งหมดของแหล่งก๊าซเซาท์ พาร์ส ให้สิ้นซาก ไม่ว่าอิสราเอลจะช่วยเหลือหรือยินยอมหรือไม่ก็ตาม”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านกล่าวหาว่าอิสราเอลทำลายสถานีพลังงานในเซาท์ พาร์ส ซึ่งถือเป็นการยกระดับสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน จนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันที
เพื่อเป็นการล้างแค้น อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มเป้าหมายน้ำมันและก๊าซทั่วอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการโจมตีข้ามพรมแดนไปยังซาอุดีอาระเบีย และนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan ในกาตาร์ ซึ่งทรัมป์ประณามว่าเป็นการโจมตีที่ไม่สมควรและไม่ยุติธรรมต่อกาตาร์อย่างยิ่ง
สงครามที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้คร่าชีวิตผู้คนในอิหร่านไปแล้วหลายพันราย รวมถึงผู้นำสูงสุดและหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยขีปนาวุธต่ออิสราเอลและประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่ให้ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกสั่นคลอนและเกิดภาวะชะงักงันของการส่งออกพลังงานครั้งประวัติศาสตร์.
ที่มา Reuters