ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

19 มี.ค. 2569 05:02 น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโครงสร้างพลังงานโดนโจมตี

ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นจนแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว หลังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งในอิหร่าน และหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

เมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค. 2569 ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว หลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลางได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน ในขณะที่ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการบรรเทาความกังวลเรื่องราคาพลังงานไม่เป็นผล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันโลก พุ่งสูงถึง 110.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบของสหรัฐฯ (WTI) แตะระดับ 99.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากมีรายงานว่า อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหลายแห่งในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงที่นิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” ในกาตาร์

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงก่อนหน้า หลังจากสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า โรงงานน้ำมันในเมืองอัสซาลูเยห์ กับแหล่ง “เซาท์ พาร์ส” ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในอิหร่าน ถูกโจมตี ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทันที

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังคงทะยานสูงขึ้น แม้ว่าทำเนียบขาวจะประกาศยกเว้นกฎหมายโจนส์ (Jones Act) ชั่วคราว เพื่ออนุญาตให้เรือที่ติดธงต่างชาติสามารถขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างท่าเรือของสหรัฐฯ ได้ในช่วง 60 วันข้างหน้า

นายร็อบ ธัมเมล ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสจากบริษัท Tortoise Capital กล่าวว่า “หากคุณทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน นั่นจะทำให้กรอบระยะเวลาในการฟื้นตัวยืดออกไปโดยทันที”

“คุณต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และกระบวนการสร้างใหม่นั้นอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะหลายปีเลยก็ได้ ดังนั้น ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่ตลาดน้ำมันกำลังตอบโต้กลับมา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

Leave a comment