
‘เลขา กกต.’มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน
วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.
‘เลขา กกต.’ มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน ยันทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ ย้ำฟ้อง 6 บุคคลเหตุต้องปกป้องการทำหน้าที่
เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการ เราต้องรอดูหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้ชี้แจงในประเด็นอะไร และเวลาใดบ้าง แต่ยืนยันว่าเราทำตามหน้าที่ ที่กำหนดให้ กกต.ต้องทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งเรามีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนได้นำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เพราะที่ไปศาลรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาเรื่องความชอบของรัฐธรรมนูญ และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาลซึ่งตอนนี้ เรายังไม่ได้รับเอกสารจากทางศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่าศาลฯอาจให้จำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้งโดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในการสแกน กกต.เห็นว่าจะต้องจำลองเพื่อให้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่ามันไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้จริงๆ นายแสวง กล่าวว่า อย่างที่บอกเราทำหน้าที่ตามกฎหมาย และในข้อเท็จจริง ณ วันนี้การเลือกตั้งก็ยังคงลับ เราได้ทำตามหน้าที่ของเราแล้ว ส่วนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมาดูประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หาพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งทางพยานหลักฐานด้วย ทางภาคประชาชนและอดีต กกต.บอกว่าจะเอาข้อมูลที่ทำการจำลองการเลือกตั้งที่สภาไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นหลักฐานที่นำมาต่อสู้ได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่สิ่งที่มันดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญมันจะเกิดความชัดเจนคงต้องรอวันนั้น
เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งเป็นโมฆะจะส่งผลอย่างไรต่อ กกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มันยังไม่ถึงตรงนั้น และในทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล เรามีหน้าที่ในส่วนของเรา
ส่วนที่มีการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายแสวง กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่ทางสำนักงานเรายืนยันว่าเราทำกฏหมายและทำตามหน้าที่ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ
เมื่อถามว่ามั่นใจว่ากระบวนการเป็นความลับแต่ทำไมบัตรเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงไม่มีรหัสที่ขั้วบัตร ออกมา นายแสวง ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่ระบุว่า จริงๆ บัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. เพียงแต่เราต้องปกป้องการเลือกตั้ง และต้องทำให้สำเร็จคือการเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งในอดีตหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรก็ต้องส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือ แต่เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ก็สามารถใช้วิธีการเพื่อป้องกันความสุจริตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพิสูจน์ลายนิ้วมือ ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ไปพิสูจน์ว่าสามารถสแกนได้หรือไม่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่ในการพิสูจน์
ส่วนถ้ามีการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือการเลือก ผู้ว่า กทม. จะมีบาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า จริงๆตอน ปี2566 ก็มีมาอยู่แล้ว แต่ณ.ตรงนี้ยังตอบไม่ได้อยู่ที่กกต.
เมื่อถามต่อว่า เมื่อกกต.บอกว่าการเลือกตั้งอย่างเป็นความลับอยู่เหตุใดจึงแจ้งดำเนินคดีกับ6บุคคลในข้อหาที่รุนแรง นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ และมีหน้าที่ในการทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ถ้ามันจะไม่ลับไม่ต้องมีการพิสูจน์ อย่างกรณีหันคูหาออก แต่ที่ทำกันตอนนี้คือพยายามจะรู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว และถ้าดูตามข้อเท็จจริงมันต้องใช่คน 5-6 คนที่จะต้องไปเอามาประติดประต่อกันแต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้อยู่ดี ซึ่งตามกฎหมายคำว่าลับคือณ.ขณะที่ลงและขณะที่เอาไปเก็บ ซึ่งอบตก็มีมาตรการในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ
เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าคนทั้ง 6 คน ที่ กกต.ฟ้องร้อง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโยงกันในวันที่เกิดเหตุ นายแสวง กล่าวว่า เป็นเรื่องของคดีตนไม่ขอให้ความเห็น
ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่มีความรุนแรงเกินไปหรือไม่สำหรับประชาชน นายแสวง กล่าวว่า มันเกิดจาก เรื่องของการขัดขวางการเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ จะบอกว่าแรงหรือไม่แรงไม่ได้ เพราะคือปกป้องการทำหน้าที่ตัวเอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับและการเลือกตั้งต้องสำเร็จ