สุรเดช จี้รัฐบาลออกมา การันตี ไม่มีการ กักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง

สุรเดช จี้รัฐบาลออกมา การันตี ไม่มีการ กักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง

สุรเดช จี้รัฐบาลออกมา การันตี ไม่มีการ กักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

‘สุรเดช’ จี้รัฐบาลออกมา’การันตี’ไม่มีการ’กักตุนน้ำมัน-สินค้า’ จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชนร่วมมือ แนะ ตรวจเข้มข้นถึงคลังน้ำมัน หา’ไอ้โม่ง’เอี่ยวผลประโยชน์มาลงโทษให้ได้ อย่าโยนไปที่ประชาชน เอาแต่พร่ำบอก’อย่าตื่นตระหนก อย่ากักตุน’ พร้อมบอกประชาชน ประหยัดพลังงาน หลีกเลี่ยงเดินทางไกลหากไม่จำเป็น ช่วยประเทศผ่าน’วิกฤต’

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาราคาน้ำมันที่รัฐบาลต่างออกมาบอกว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันนั้นว่า ถ้ารัฐบาลมั่นใจอย่างนั้น ก็ควรจะออกมาการันตีให้ประชาชนเห็นเลยว่า ไม่มีการกักตุนน้ำมันหรือกักตุนสินค้าจริงๆ และหากพบว่ามีการกักตุน ซึ่งไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลพูด รัฐบาลจะออกมารับผิดชอบอย่างไร กับสิ่งที่ตัวเองได้การันตีไป ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นว่าน่าจะมีการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร เพราะถ้าไม่มีการกักตุนน้ำมัน ทำไมจึงไม่มีการส่งน้ำมันให้ปั๊มต่างๆตามปกติ ถ้าน้ำมันมีเพียงพออย่างที่รัฐบาลหรือกระทรวงพลังงานประกาศไว้ว่าเรามีน้ำมันใช้ไปอีก 100 กว่าวัน ดังนั้นรัฐบาลควรต้องมีการตรวจสอบให้เข้มข้น 

‘การกักตุนน้ำมัน เพื่อเก็งกำไร มีความผิดทางกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อผิดกฎหมายรัฐบาลต้องประกาศให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการได้รู้ว่าการกักตุนน้ำมันถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษหนัก ประชาชนจะได้ระมัดระวังไม่กักตุนสินค้า แม้แต่เอกชนที่มีคลังน้ำมันของตัวเอง และกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร เมื่อรู้ว่าการกักตุนผิดกฎหมายและมีโทษหนักก็จะกลัว ระมัดระวังไม่กักตุน ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลต้องออกมาประกาศให้ชัดเจน มีก็บอกว่ามี ถ้าไม่มีก็ต้องกล้าที่จะบอกกับประชาชนว่าไม่มี ตอนนี้ประชาชนเกิดความระแวงสงสัยว่า อาจจะมีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ และที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก อยากให้ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ตอนนี้ทุกคนก็เห็นอยู่ว่าประชาชนเขาก็ไปเติมน้ำมันตามปกติ แต่ปรากฏว่าตามปั๊มต่างๆ ไม่มีน้ำมันแล้วจะให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติได้อย่างไร ดังนั้นรัฐบาลควรต้องมีการตรวจสอบไปถึงต้นทาง คือที่คลังน้ำมันว่ามีน้ำมันอยู่เท่าไหร่กันแน่ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเร่งออกประกาศพรบ.กักตุนสินค้าออกมาเพื่อให้ประชาชนตื่นตัวว่าการตุนน้ำมันหรือกักตุนสินค้ามีโทษหนักอย่างไร’

นายสุรเดช กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนเอง ก็ต้องพยายามประหยัด ต้องรัดเข็มขัดและต้องตื่นตัวในการใช้น้ำมัน โดยตอนนี้ควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวหรือเดินทางไกลโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากเราสามารถงดเว้นการเดินทางไกลหากไม่จำเป็นได้ก็ควรทำ หรือบ้านไหนที่มีรถยนต์มากกว่าหนึ่งคันก็ควรจะลดให้เหลือการใช้รถยนต์เพียงคันเดียว อาจจะนำวิธีในอดีตคือการใช้คาร์พูล(car pool) ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ต้องช่วยกันประหยัดและรัดเข็มขัด ใช้น้ำมันให้คุ้มค่าในแต่ละวัน ซึ่งถ้าประชาชนพยายามช่วยกันประหยัดทั้งประเทศ น้ำมันก็จะเหลือมากกว่าเดิม ดังนั้นเราก็สามารถนำน้ำมันส่วนที่เหลือนี้โยกเอาไปให้ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ประมง หรือปศุสัตว์ จะได้มีผลพลอยได้ไปถึงราคาสินค้าต่างๆ ที่จะได้ไม่ขยับตัวขึ้น

นายสุรเดช กล่าวว่า ปกติเรื่องของราคาสินค้าจะมีกฎหมาย มีบทลงโทษอยู่แล้วว่าสินค้าที่ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอหรือขึ้นราคามากเกินไป จะมีความผิดซึ่งตรงนี้รัฐบาลต้องประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ไม่อย่างนั้นก็จะมีพ่อค้าบางกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าได้ และขณะนี้สินค้าหลายอย่างเริ่มที่จะปรับราคาขึ้นแล้วทั้งที่ความจริงราคาน้ำมันยังไม่ได้ขึ้นไปมากเท่าไหร่ สินค้าก็ยังเป็นต้นทุนเดิม สต็อกเดิมอยู่ รัฐบาลก็ยังคงพยุงราคาน้ำมันอยู่บ้าง

นายสุรเดช กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากจะนำเสนอรัฐบาลคือ1.รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนตื่นตัวก่อน ว่าการกักตุนไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือกักตุนน้ำมัน แล้วนำมาขายแพงกว่าเหตุ เป็นสิ่งผิดกฎหมายเพราะฉะนั้นประชาชนอย่าไปเสี่ยง จะได้ไม่คุ้มเสีย 2.รัฐบาลต้องตรวจสอบ ไปที่คลังน้ำมันใหญ่ว่ามีการตุนหรือไม่ อย่าพูดลอยๆว่าไม่มี ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นจริงๆ อย่าโยนภาระไปที่ประชาชนหรือได้แต่บอกประชาชนอย่าไปกักตุนสินค้าหรือกักตุนน้ำมัน และหากปรากฎว่าพบมีการกักตุนน้ำมันจริง รัฐบาลก็บอกกับประชาชนเลยว่าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองพูดไปอย่างไร ดังนั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตอบคำถามหรือ

ข้อสงสัยของประชาชนให้ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีใครหรือมีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือสมรู้ร่วมคิด หรือได้ประโยชน์หรือไม่ ต้องหาไอ้โม่งและนำตัวออกมาลงโทษให้ได้ เพราะหากเจ้าหน้าที่เพิกเฉยก็จะมีความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ และ 3.รัฐบาลต้องนำเอากฎหมายห้ามกักตุนออกมาประกาศใช้ ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่จะได้กลัวหรือระมัดระวังตัวมากขึ้น ซึ่งตรงนี้จะต้องทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ โดยกระทรวงพาณิชย์ต้องไม่ใช่ออกมาแค่พยุงราคาสินค้าเท่านั้น แต่ต้องออกมาควบคุมราคาสินค้าให้เข้มข้น ถ้าพ่อค้าคนไหนหรือกลุ่มไหนขึ้นราคาโดยที่ไม่มีเหตุผล ทั้งที่ราคาน้ำมันยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หรือราคาสินค้าที่ยังเป็นต้นทุนเดิม เป็นสต็อกเดิมอยู่แล้วมาขึ้นราคาในช่วงนี้ ต้องจับและดำเนินคดีตามกฎหมายให้หมด ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเดือดร้อนทั้งประเทศ ส่วนประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือ ต้องประหยัด ต้องรัดเข็มขัด ต้องใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่าทุกวันเพื่อให้ประเทศเราผ่านจุดวิกฤตนี้ไปให้ได้

Leave a comment