โปรดเกล้าฯนายกฯคนที่32 ‘อนุทิน’ปลื้มปีติ ลั่นยึดประโยชน์ชาติ-ปชช.

โปรดเกล้าฯนายกฯคนที่32 ‘อนุทิน’ปลื้มปีติ ลั่นยึดประโยชน์ชาติ-ปชช.

โปรดเกล้าฯนายกฯคนที่32 ‘อนุทิน’ปลื้มปีติ ลั่นยึดประโยชน์ชาติ-ปชช.

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โปรดเกล้าฯนายกฯคนที่32 ‘อนุทิน’ปลื้มปีติ ลั่นยึดประโยชน์ชาติ-ปชช. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่งครม.ใหม่เช็คประวัติ ยันไม่รู้จักสส.งูเห่าสีส้ม

“อนุทิน” รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯสมัยที่ 2 กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์-สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ชาติ-ความสุข ปชช.ควบคุม ครม.ทำงานสุจริต พร้อมตรวจสอบเข้มการทำงานภาครัฐต้องโปร่งใส ย้ำไม่รู้จักงูเห่าส้ม ถ้าเจอจะขอบคุณที่โหวตให้ หนุน3ข้อ’หมอวรงค์’ลดมื้ออาหารสส.ในสภา-ลดผู้ช่วย/เงินบำนาญ

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า ถ.วิภาวดีรังสิต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางเข้าอวยพรบริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า เนื่องในโอกาสครบรอบ 46ปี ก้าวสู่ปีที่47 โดยมีคณะผู้บริหารประกอบด้วยนางผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า จํากัด น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ผู้อํานวยการข่าว นายปรเมษฐ์ ภู่โต บรรณาธิการอำนวยการ ให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีเขียนคำอวยพรเป็นที่ระลึกว่า”ขอแสดงความยินดีกับทีมงานแนวหน้าทุกคนครับ”

‘อนุทิน’เล่าความเป็นมาพรรค’ภท.’

จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการแนวหน้าออนไลน์ถึงกล่าวถึงการตัดสินใจตั้งพรรคภูมิใจไทยว่า ดอนนั้นเป็นจังหวะที่แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชน นายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายกต้องพ้นจากตําแหน่งไป จึงเห็นว่า ยุคนั้นสถานการณ์การบ้านเมืองมีความไม่มั่นคงและมีความแตกแยก ซึ่งเรามองว่าถ้าเราไปอยู่ขั้วที่มีความสงบและทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ดี นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่เราควรจะทํา ซึ่งตอนนั้นพรรคพลังประชาชนถูกยุบ เราต้องหาสังกัด ตอนนั้นเราใช้ชื่อว่ากลุ่มเพื่อนเนวิน มี 22คน และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุชาติ ตันเจริญ ที่ต่างออกมาเหมือนกัน ก็ชวนกันมา และตอนนั้น นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของตนท่านอาวุโสก็เป็นหัวหน้าพรรคและมีนางพรทิวา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคและใช้หัวพรรคภูมิใจไทย ทํากิจกรรมการเมืองตั้งแต่นั้นมา

เริ่มสัมผัสการเมืองยุค’พล.อ.ชาติชาย’

เมื่อถามว่า ตอนเด็กๆ เคยฝันจะเป็นนายกฯหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุณพ่อของตนเป็นนักธุรกิจอยู่ในวงการก่อสร้าง ซึ่งก็รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองพอสมควร รวมถึงข้าราชการ แล้วคุณพ่อของตนก็มีความสนิทสนมกับพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ตนก็มีโอกาสได้สัมผัส กลิ่นอายของการบริหารประเทศ ซึ่งตอนนั้นตนก็ทํางานกับภาคเอกชน พอได้เข้าไปเห็นพื้นที่การเมืองก็รู้สึกสนุกดี จริง ๆ ตอนนั้น คุณพ่อตนจะพาไปเจอพลเอกชาติชายบ่อยๆ ช่วงเย็นก็จะเห็นข้าราชการมาสังสรรค์พูดคุยกัน

ไม่รู้จักงูเห่าสีส้ม-ถ้าเจอจะขอบคุณ

เมื่อถามว่า การโหวตนายกฯมีงูเห่าสีส้ม มาจากงูดูดงู ด้วยเงิน 20 ล้านบาท และให้เงินเดือนอีกเดือนละ4แสนบาท นายอนุทิน กล่าวว่า เงินเดือนนายกฯยังแสนเดียวเอง ตนไม่ทราบว่าเขามาจากไหนและไม่รู้จักเขา ทราบว่า เขาเป็นสมาชิกพรรคประชาชน แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง น่าจะเป็นสส.สมัยแรก ตอนนี้ตนมีข้อมูลเพียงเท่านี้ ตนไม่ทราบว่า เหตุผลที่เขาลงมติให้ตนด้วยเหตุอะไร แต่เรื่องของแรงจูงใจหรือค่าตอบแทนรับรองว่า ไม่มีแน่นอน เมื่อถามว่าเสียงของพรรคภูมิใจไทยมั่นคงแล้ว การจะเพิ่มใหม่อีกหนึ่งเสียงก็ไม่ช่วยอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็นั่นสิ คําตอบก็อยู่ในคําถาม แต่ถ้าตนเจอเขาก็ต้องเดินเข้าไปขอบคุณที่เลือกตน ก็คงมีการกระบวนการทางการเมือง เขาอาจจะมาเลือกเราเพราะนโยบายของเราไปโดนพื้นที่บ้านเขาหรือไปโดนใจ อาจจะมาเลือกตนได้ แต่ก็คงทําหน้าที่ตรวจสอบไป ซึ่งพรรคประชาชนทั้งพรรคก็เคยมาเลือกตน แต่เขาก็ทําหน้าที่ตรวจสอบ เลือกให้มาทํางานแล้วเขาก็ตรวจสอบ

คนไทยมีน้ำใจ-เชื่อฝ่าได้ทุกวิกฤต

เมื่อถามว่า นายอนุทิน เข้ามาในสถานการณ์ลุยไฟ ก่อนหน้านี้ก็เรื่องชายแดนกัมพูชา ตอนนี้ก็เรื่องของอิหร่าน นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาก็มีวิกฤตการณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ซึ่งกลไกของรัฐก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง เรามีแผนเผชิญเหตุเสมอว่าถ้ามีเหตุอย่างนี้ต้องทําอย่างไร และความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐเท่านั้น จะต้องมีความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน เราก็ได้ความร่วมมืออย่างดี อย่างตอนน้ําท่วมหาดใหญ่ภาคเอกชนก็เข้าไปช่วยอย่างเต็มที่ ต้องยอมรับว่า น้ําใจคนไทยสุดยอดจริงๆ เวลาคนไทยมีภัย ข้าวปลาอาหารที่นอนหมอนมุ้งเครื่องใช้อุปโภคบริโภค ถึงมือผู้ประสบภัยโดยทันที เวลามีภัยสงคราม ทุกคนก็พร้อมจะลงไปทันที พื้นฐานของเราในเรื่องของการดูแลทุกข์สุขพี่น้องร่วมชาติ เรามีรากฐานที่ดีมาก ในส่วนของรัฐที่เราต้องจัดก็จัดเต็ม และยังได้รับการต่อยอดจากประชาชน ภาคเอกชน

เลือกเราท่วมท้น-ต้องไม่ทำให้ผิดหวัง

เมื่อถามว่า เลือกตั้งรอบนี้คนที่ไม่เคยคิดและเลือกภูมิใจไทยเอามาเลือก ภายใต้คาดหวัง ที่สูงมาก ทราบความรู้สึกตรงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทราบดี ทุกคะแนน จากปาตี้ลิสต์ 2คน เป็น 19คน จากล้านคะแนนปาร์ตี้นิสเป็นเกือบหกล้านคะแนน มันมาจากความคาดหวังความเชื่อมั่นและความกดดัน การทํางานสไตล์ของเราผ่านร้อนหนาวมาเยอะ ยิ่งประชาชนให้ความเชื่อมั่น เราต้องฟันฝ่าไปให้ได้ ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ไม่ให้ความเชื่อมั่นเหล่านั้นในสิ่งที่เขาเลือกเราแล้วเขาไม่พลาด เขาไม่ผิดหวัง ก็จะสอดคล้องกับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย และต้องยอมรับว่าบทบาทของนายกฯช่วยได้เยอะมาก เพราะได้ทํางานในภาพใหญ่ภาพกว้าง และอาศัยที่ตนเป็นคนเข้าถึงได้ จับต้องได้ ดุด่าว่ากล่าวได้ ยูเทิร์นเป็น ถ้าไปแล้วไม่ดีก็ไม่ดื้อ รับฟังความคิดเห็น พร้อมตัดสินใจถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจ ก็เกิดความเชื่อมั่นความมั่นใจของประชาชนที่สะท้อนออกมาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

หนุน3ข้อ’หมอวรงค์’เน้นเรื่องที่จำเป็น

เมื่อถามถึงข้อเสนอ 3ข้อของ นายแพทย์วรงค์เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี 1.ยกเลิกอาหารกลางวันของ สส.ในสภา 2.ลดจํานวนผู้ติดตามจาก 8คนเหลือ 3คนและ3.ยกเลิกบำนาญสส.นายกฯกล่าวว่า ถ้าถามตน ตนก็เห็นด้วยหมด ของบางอย่างมันก็รุงรังเกินไป ยุคสมัยนี้ที่เรามีเทคโนโลยี มีอุปกรณ์อํานวยความสะดวกอื่นๆมากมาย สมัยก่อนที่สส.คนหนึ่งต้องมีผู้ช่วย 8คน เพราะว่าตรงนั้น แค่เดินทางก็แย่แล้ว การประสานงานต่างๆ หาก สส.อยู่กรุงเทพ ก็ต้องมีคนอยู่ในพื้นที่ แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้ว ถ้ามีความจําเป็นก็สามารถที่จะลดได้ ร้านอาหารนั้นถ้าเราลดได้บ้างอยู่ในมื้อที่จําเป็น หากมีการประชุมสภาอยู่แล้วมันข้ามเวลาเที่ยง ก็ควรจัดให้มี แต่มื้อเช้าอาจจะต่างคนต่างกิน ช่วยกันลดงบประมาณ แน่นอนเมื่อภาครัฐจัดอะไร จะต้องแพงกว่าให้ สส. ไปกินมื้อปกติข้างนอก เพราะต้องมาเป็นสัญญามาเป็นรูปแบบต่างๆ แต่จะไปหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่ให้มีเลย เดี๋ยวพอเวลาพักเที่ยง สส.ก็ต้องทยอยกันออกไปกินข้าวข้างนอก ต้องขับรถไป รถก็ติด ต้องดูว่าตรงไหนมันพอจะอะรุ่มอะล่วยกันได้ จาก 3มื้อเหลือ 1มื้อ ซึ่งประชุมสภาสส.อยู่ไม่กี่วัน

บำนาญฯจำเป็น-แต่ไม่คิดแบบขรก.

ส่วนเรื่องผู้ช่วยจาก 8คน ให้เหลือ3คนนั้น ตนเห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะมันรุงรัง และหลายคนเห็นว่ามันเป็นเรื่องระบบตอบแทนแล้ว ส่วนเรื่องบํานาญ สส.นั้น ตนว่าแล้วแต่ ถ้าจะถามตนเดี๋ยวจะไม่แฟร์ เพราะตนเลี้ยงชีพตัวเองได้ ก็อาจจะมีบางคนที่เป็นผู้แทนราษฎรจริง ๆ ไม่เคยเป็นรัฐมนตรี เป็นคนที่ชาวบ้านให้ความไว้วางใจ ไม่มีฐานะวันดีคืนดีกระแสเปลี่ยนมา วันหนึ่งไม่ได้รับกลับเข้ามาอีก อายุก็มากขึ้น เพราะการเป็นผู้แทนราษฎร ก็เป็นข้าราชการอย่างหนึ่ง การมีบํานาญจึงสามารถทําได้ ก็ดูตามสมัย แต่ก็ไม่ควรมากเท่าระบบบํานาญของข้าราชการประจํา เพราะจํานวนปีที่ปฏิบัติหน้าที่มันไม่ได้เยอะ

ส่งชื่อครม.ตรวจ-ยึดคำวินิจฉัยศาล

เวลา 10.20 น. ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย นายอนุทิน ยิ้มรับ ไม่ได้ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีจะเข้มข้นขึ้นใช่หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีคดีกับผู้ที่คาดว่าจะมีชื่อในโผ ครม.นายกรัฐมนตรี พยักหน้า ก่อนตอบว่า ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่ โดยจะยึดหลักตามที่มีอยู่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เมื่อถามว่า กรณีแบบนี้จะทำให้การจัดตั้งครม.ล่าช้าหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ในส่วนพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้รับรายชื่อมาแล้วและจะมีการตรวจสอบตามกระบวนการ โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ประสานหน่วยงานต่างๆกว่า 10หน่วยงาน คิดว่าแต่ละหน่วยงานจะตรวจสอบอย่างละเอียด เราต้องรอผลของการตรวจสอบ ใครที่มีปัญหาก็จะแจ้งกลับไปยังต้นสังกัดของผู้ที่เสนอมา เมื่อถามว่า ขั้นตอนส่งรายชื่อประวัติเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่ นายกฯพยักหน้ายอมรับ

รับสนองพระบรมราชโองการฯแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ช่วงสายวันที่ 20มี.ค.2569 คณะกรรมการบริหารพรรค และสส.พรรคภูมิใจไทย ทยอยเดินทางเข้าที่ทำการพรรค เพื่อเตรียมร่วมพิธีการรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมถึงแกนนำและสส.พรรคร่วมรัฐบาล เวลา 13.35น.นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี มายังที่ทำการพรรค ภท.จากนั้นเลขาธิการสภาฯได้อ่านพระบรมราชโองการ ความว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศว่า โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบันผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เสร็จแล้ว นายอนุทิน ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ว่า ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อมข้าพระพุทธเจ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล มีความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าพระพุทธเจ้าให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภศิริมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดของชีวิตของข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัว จะขอเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณนี้ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ภายหลังเสร็จพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นายอนุทินได้คุกเข่าก้มกราบบิดาและมารดา และโอบกอดกับภริยาและบุคคลในครอบครัว จากนั้นได้ทักทายและร่วมถ่ายรูปกับผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดี

ลั่นทำงานเพื่อประโยชน์สุขประชาชน

เวลา 14.25น.นายอนุทิน แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีว่า วันนี้ตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่า จะใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถและจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาลอันประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี(ครม.) ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรกและจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังจากทุกภาคส่วนเพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส โดยตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐและนิติธรรม

สร้างบรรยากาศใหม่-ยึดปชช.ศูนย์กลาง

สุดท้ายนี้ตนขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศใหม่ใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกันและให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ใหม่ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยในรายละเอียดและเป้าหมายของสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการ ในเทอมของรัฐบาลนี้ ในส่วนที่เป็นนโยบายและรายละเอียดนั้นตนจะได้เร่งแถลงเป็นวาระการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วยความรวดเร็วต่อไป

กกต.เร่งสอบลเซอร์ไอดี-สเปกเตอร์ซี

นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องต่อ กกต.ขอให้ยุบพรรคประชาชน จากกรณีเก็บเลเซอร์ไอดีสมาชิกพรรคโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะทำข้อมูลรั่วไหล ว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องรวมทั้งหมด 3รายและเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงาน กกต.ที่กำลังดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงพิจารณาต่อไป โดยคำร้องดังกล่าวมีการรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้องไม่ว่า จะเป็นกรณีสเปกเตอร์ซี หรือเลเซอร์ไอดี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อถามย้ำถึงสเปกเตอร์ซี หากตรวจสอบแล้วพบความผิดและมีความเชื่อมโยงกันจะเข้าข่ายความผิดใด นายเกรียงไกร กล่าวว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 92พรป.พรรคการเมือง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ โดยมีหลายฐานความผิด อาทิ การกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ การใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นต้น

Leave a comment