
22 มี.ค. 2569 09:45 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ชาวเช็กกว่า 2 แสนชุมนุมต่อต้านรัฐบาลใหม่ หวั่นนำประเทศสู่ระบอบอำนาจนิยม
ชาวเช็กกว่า 2 แสนคน รวมตัวชุมนุมใหญ่ ณ สวนสาธารณะเล็ตนา สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งการโค่นล้มคอมมิวนิสต์ เพื่อแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลผสมของมหาเศรษฐี “อันเดรย์ บาบิช” ชี้เป็นภัยคุกคามประชาธิปไตย หลังผลักดันกฎหมายคุมสื่อ-NGO และคัดค้านการช่วยเหลือนักรบยูเครน เดินรอยตามผู้นำเผด็จการเพื่อนบ้าน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เนืองแน่นไปด้วยผู้ประท้วงจากทั่วประเทศที่พากันมาชูธงชาติและป้ายข้อความ “ร่วมปกป้องประชาธิปไตย” โดยกลุ่มผู้จัดงาน “Million Moments for Democracy” ประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมสูงถึง 200,000 คน เพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อันเดรย์ บาบิช มหาเศรษฐีผู้มีแนวคิดประชานิยม
มิคูลาส มินาร์ แกนนำผู้จัดงานระบุว่า “เรามาที่นี่เพื่อคัดค้านการลากประเทศเข้าสู่เส้นทางเดียวกับสโลวาเกียและฮังการี” ซึ่งหมายถึงทิศทางทางการเมืองที่เอนเอียงไปทางรัสเซียและมีความเป็นเผด็จการมากขึ้นฃ
นายบาบิช กลับมามีอำนาจอีกครั้งหลังพรรค ANO ของเขาชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และได้จัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคขวาจัดที่มีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้เริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายสำคัญหลายด้าน เช่นยุติการช่วยเหลือยูเครน โดยนายบาบิชคัดค้านการสนับสนุนทางการเงินและเงินกู้แก่ยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่งเป็นท่าทีเดียวกับผู้นำฮังการีและสโลวาเกีย
รัฐบาลยังเตรียมออกกฎหมาย “ตัวแทนต่างชาติ” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรัสเซีย ซึ่งจะบังคับให้องค์กรหรือบุคคลที่รับเงินสนับสนุนจากต่างชาติและทำกิจกรรมทางการเมืองต้องจดทะเบียน มิเช่นนั้นจะถูกปรับอย่างหนัก รวมถึงแผนการปรับเปลี่ยนงบประมาณของสถานีวิทยุและโทรทัศน์สาธารณะ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลเข้าควบคุมสื่อได้อย่างเบ็ดเสร็จ
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การประท้วงครั้งนี้รุนแรงขึ้น เกิดจากการที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติ “ไม่เพิกถอนสิทธิ์คุ้มกัน” ของนายบาบิช ทำให้เขาไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีทุจริตเงินสนับสนุนจากสหภาพยุโรป มูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ จนกว่าจะหมดวาระในปี 2029 รวมถึงกรณีของประธานสภาผู้แทนราษฎรที่รอดพ้นคดีปลุกระปั่นความเกลียดชังเช่นกัน
กลุ่มผู้ชุมนุมชี้ว่า มติดังกล่าวทำให้คนในประเทศถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ “ประชาชนคนธรรมดา” และ “กลุ่มผู้ที่แตะต้องไม่ได้” มิคาเอล เซอร์โนลาเวก นักศึกษาวัย 19 ปี หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมมาเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด เสรีภาพที่เรามีอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือของตาย และมันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องปกป้องมันไว้”.
ที่มา Associated Press