‘เจ้าชายน้อย’ฉบับภาษาบาลี จากวรรณกรรมโลกสู่ภาษาพระ

‘เจ้าชายน้อย’ฉบับภาษาบาลี จากวรรณกรรมโลกสู่ภาษาพระ

‘เจ้าชายน้อย’ฉบับภาษาบาลี จากวรรณกรรมโลกสู่ภาษาพระ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา”ประโยคที่จำขึ้นใจของเหล่าคนรักวรรณกรรมแปลเรื่อง “เจ้าชายน้อย” (The Little Prince) หรือในภาษาฝรั่งเศส คือ Le Petit Prince เป็นวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกผลงานของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี (Antoine de Saint-Exupéry) นักบินและนักเขียนชาวฝรั่งเศส ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1943 และได้รับการแปลมากกว่า 500 ภาษาทั่วโลกรวมถึงล่าสุด มีฉบับแปลเป็น “ภาษาบาลี” อักษรไทย  ซึ่งจะเปิดตัวใน งาน เจ้าชายน้อย @วัดโพธิ์” ในวันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 – 18.00 น. ณ โรงเรียนสุขุมาลย์ธัมมุทิส  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร)

ภายในงานพบกับ

• กิจกรรมการอ่านเจ้าชายน้อยเป็นภาษาฝรั่งเศส – ไทย – บาลี

• เสวนา เรื่อง “เจ้าชายน้อย ในแสงแห่งพุทธธรรม”

• พิเศษ ! ท่านสามารถเป็นเจ้าของ หนังสือเจ้าชายน้อย ฉบับภาษาบาลี” ก่อนใคร เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

“พี่พจน์” คุณสุพจน์ โล่คุณสมบัติ คนรักวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าชายน้อย” และเป็นนักสะสมหนังสือเจ้าชายน้อยจากทั่วโลก มีโอกาสได้พบกับ “ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์” เจ้าของมูลนิธิ ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์ ซึ่งมอบทุนให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก จัดพิมพ์หนังสือ “เจ้าชายน้อย” เป็นภาษาท้องถิ่น  โดยพี่พจน์ได้ดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาต่างๆ ในประเทศไทย จัดพิมพ์เจ้าชายน้อยมาแล้ว 5 ภาษา คือ ภาษาล้านนา (อักษรธรรมล้านนา)  ภาษาปาเกอะญอ (อักษรไทย) ภาษาเขมรสุรินทร์  ภาษามลายู (อักษรยาวี) และภาษามอร์แกน จนล่าสุด คือ ฉบับภาษาบาลี ที่กำลังจะมีการเปิดตัวครั้งนี้ ในชื่อหนังสือ “จุลฺลราชปุตฺตวัตฺถุ”

พี่พจน์ ในฐานะ ผู้ก่อตั้งโครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่น แปลเล่าว่า  ฉบับภาษาบาลีนี้ แปลโดย พระมหาสฐิรวิช สมฺภโว วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารเล่มนี้พิมพ์ออกมาแล้วจะแจกจ่ายไปตามวัด เพื่อให้ผู้ศึกษาเปรียญธรรมได้มีทางเลือกในการฝึกภาษาบาลีผ่านวรรณกรรมดีๆ และเนื้อหาของเจ้าชายน้อยเองก็เทียบได้กับหลักธรรมหลายข้อฉบับนี้ทำร่วมกับ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยฯ และวัดโพธิ์ เป็นฉบับทูลเกล้าฯ ถวาย เนื่องในปีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยโดยฉบับนี้ จะจัดพิมพ์ออกมาเป็น  2 ปก ปกแรก ออกแบบโดย อาจารย์ยักษ์ – สมศักดิ์ ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ อาจารย์เป็นคนออกแบบพระบรมโกศในหลวง ร.9 กับ พระพันปี อีกปก มีชื่อว่า โสกันต์ ออกแบบโดย อาจารย์หทัย บุนนาค จิตรกรรุ่นใหญ่ผู้เชี่ยวชาญงานไทยและพุทธศิลป์ ผู้ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็น ครูศิลป์ของแผ่นดินพี่พจน์บอกว่า ถ้าใครอยากได้ มาซื้อได้ที่งานเปิดตัววันอังคารที่ 24 มี.ค.69 เวลา 13.00 – 18.00 น. ณ โรงเรียนสุขุมาลธมฺมุทิส ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ หลังจากนี้ยังไม่มีแผนจะวางขาย

ประวัติของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี

นักบินผู้รักการเขียน: อ็องตวนเกิดที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1900 เขาหลงรักการบินตั้งแต่อายุ 12 ปี และต่อมาได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศฝรั่งเศส

ประสบการณ์เฉียดตาย: ในปี ค.ศ. 1935 เขาและช่างเครื่องประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกกลาง ทะเลทรายซาฮารา พวกเขาต้องเดินเท้าอย่างสิ้นหวังท่ามกลางความร้อนและภาพหลอนอยู่นานถึง 3 วัน ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวเบดูอิน ประสบการณ์นี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของฉากเริ่มต้นในเรื่องเจ้าชายน้อย

เที่ยวบินสุดท้าย: ในปี ค.ศ. 1944 ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในสงครามโลกครั้งที่ 2 อ็องตวนหายสาบสูญไปพร้อมกับเครื่องบินเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของหนังสือเล่มนี้ในฝรั่งเศส

 เบื้องหลังการเขียน “เจ้าชายน้อย”

เขียนขณะลี้ภัย: อ็องตวนเขียนเรื่องนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1942 ขณะพำนักอยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อลี้ภัยจากสงคราม เขาเขียนขึ้นตามคำแนะนำของสำนักพิมพ์ที่อยากให้เขาลองเขียนวรรณกรรมสำหรับเด็ก         
แรงบันดาลใจจากตัวละคร

เจ้าชายน้อย: สันนิษฐานว่าสร้างมาจากตัวเขาเองในวัยเด็ก หรือเป็น “ร่างจำลอง” (Alter-ego) ที่สะท้อนความไร้เดียงสา

ดอกกุหลาบ: ได้แรงบันดาลใจจาก กอนซวยโล (Consuelo) ภรรยาของเขาที่มีความสัมพันธ์ทั้งรักและขัดแย้งกันบ่อยครั้ง

สุนัขจิ้งจอก: เชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากสุนัขจิ้งจอกพันธุ์เฟนเนกที่เขาเคยพยายามฝึกให้เชื่องตอนอยู่ที่แอฟริกาเหนือ

การวาดภาพประกอบ: อ็องตวนเป็นผู้วาดภาพประกอบสีน้ำด้วยตัวเองทั้งหมด เขาให้ความสำคัญกับภาพวาดมากถึงขั้นแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้สื่อความหมายได้ตรงใจที่สุด

หนังสือถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1943 และกลายเป็นหนังสือที่ได้รับการแปลมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เพื่อย้ำเตือนให้ผู้ใหญ่ทุกคนอย่าลืม “ความเป็นเด็ก” ในหัวใจตนเอง       
สรุปเนื้อหาสำคัญ

จุดเริ่มต้น: เรื่องราวเล่าผ่านมุมมองของนักบินที่เครื่องบินเสียอยู่กลางทะเลทรายซาฮารา และได้พบกับ “เจ้าชายน้อย” เด็กชายผู้เดินทางมาจากดาวเคราะห์ดวงเล็กชื่อว่า B-612

การผจญภัย: เจ้าชายน้อยออกเดินทางไปยังดาวต่าง ๆ และได้พบกับผู้คนที่มีนิสัยแปลกประหลาด (ซึ่งสะท้อนถึงกิเลสและมุมมองของผู้ใหญ่) เช่น พระราชาผู้บ้าอำนาจ, ชายผู้หลงตัวเอง, นักธุรกิจผู้บ้าตัวเลข ฯลฯ

มิตรภาพบนโลก: เมื่อมาถึงโลก เขาได้พบกับ สุนัขจิ้งจอก ที่สอนให้เขารู้จักความหมายของ “การสร้างความผูกพัน” (Taming) และทำให้เขาตระหนักถึงความรักที่มีต่อ ดอกกุหลาบ บนดาวของเขา        
ข้อคิดที่ตราตรึงใจ

1. หัวใจสำคัญมองไม่เห็นด้วยตา: “สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ” (What is essential is invisible to the eye)

2. ความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์: เมื่อเราสร้างความผูกพันกับใครแล้ว เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้นตลอดไป

3. มุมมองของผู้ใหญ่ vs เด็ก: หนังสือวิพากษ์วิจารณ์ผู้ใหญ่ที่มักจะสนใจแต่เรื่องตัวเลข ชื่อเสียง และอำนาจ จนหลงลืมจินตนาการและความสุขที่เรียบง่าย
ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังสือ “เจ้าชายน้อย” ไม่ควรพลาดการสะสมหรือครอบครอง “ฉบับภาษาบาลี” นี้ โดยเด็ดขาด.
 

คุณสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ กับ ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์

คุณสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ กับ ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์

Leave a comment