น้ำมันแพง สงครามจริง เกมการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์!

น้ำมันแพง สงครามจริง เกมการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์!

น้ำมันแพง สงครามจริง เกมการเมืองซ้ำเติมสถานการณ์!

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.45 น.

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเริ่มมีสัญญาณขาดแคลนในบางช่วงเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย หากเป็นแรงกระแทกระดับโลกที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายประเทศ โดยมีต้นตอจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อระบบพลังงานโดยตรง

จุดสำคัญอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความรุนแรง เมื่อการขนส่งสะดุด อุปทานในตลาดโลกลดลงทันที และราคาน้ำมันจึงขยับขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาค

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมัน ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ราคาหน้าปั๊มจึงขยับตามต้นทุนโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพการต่อคิวเติมน้ำมันที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่จึงมีเหตุรองรับ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นลอย ๆ

อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวม ระบบสำรองน้ำมันและการบริหารจัดการยังคงทำงานได้ตามปกติ สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนทั้งระบบตามที่มีการพูดถึงในบางกระแส

สิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาพลังงาน คือการขยายภาพของสถานการณ์ผ่านข้อมูลข่าวสารที่ไหลเร็วและขาดการกลั่นกรอง ภาพการต่อคิวหรือข่าวการขาดแคลนในบางจุด ถูกนำไปขยายจนกลายเป็นภาพแทนของทั้งประเทศ

ข้อมูลบางส่วนถูกนำเสนอโดยตัดบริบท บางส่วนเป็นภาพเก่าหรือภาพจากต่างประเทศ แต่เมื่อถูกแชร์ซ้ำหลายครั้ง ก็กลายเป็นความเชื่อในวงกว้าง และสร้างบรรยากาศที่กดดันมากกว่าความเป็นจริง

ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงโควิด-19 เมื่อข้อมูลจริงปะปนกับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน จนสังคมเต็มไปด้วยความกังวลเกินระดับของสถานการณ์ในหลายช่วงเวลา

เมื่อความรู้สึกนำหน้าข้อเท็จจริง พฤติกรรมของผู้คนก็เปลี่ยนไป การเร่งเติม การกักสำรอง และการส่งต่อข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมดูรุนแรงขึ้นไปอีก

อีกด้านที่เห็นชัด คือการที่วิกฤตน้ำมันถูกฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลนำมาใช้โจมตีโดยตรง สถานการณ์ที่เป็นผลจากสงครามและตลาดพลังงานโลก ถูกบิดให้กลายเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในประเทศ

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

มีการพูดในทำนองว่า รับเงินมาในช่วงเลือกตั้ง แต่วันนี้กลับต้องมาจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้น เพื่อโยงให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการเมืองของประชาชนในวันนั้น คือสาเหตุของความเดือดร้อนในวันนี้

การเอาสองเรื่องนี้มาผูกเข้าด้วยกันแล้วชี้ว่าเป็นความผิดของรัฐบาล จึงเป็นการบิดตรรกะเพื่อสร้างอารมณ์ทางการเมือง ไม่ใช่การอธิบายข้อเท็จจริง เพราะราคาน้ำมันขึ้นจากปัจจัยภายนอก ขณะที่ประเด็นเรื่องซื้อเสียงถูกหยิบมาเชื่อมโยงให้ดูเกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง

ข้อเท็จจริงคือ ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ต้องเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันในลักษณะเดียวกัน ไม่มีใครสามารถกำหนดราคาน้ำมันโลกได้ตามต้องการ

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการโหนวิกฤตน้ำมันเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล และยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักขึ้น ทั้งในระดับความรู้สึกของสังคมและการรับมือของประเทศ มากกว่าการช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

ประเทศไทยใช้กลไกหลายด้านในการชะลอผลกระทบจากราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับภาษี หรือมาตรการดูแลค่าครองชีพ ซึ่งถูกใช้ต่อเนื่องมาหลายยุคหลายรัฐบาล

น้ำมัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก เอไอ

กลไกเหล่านี้ช่วยลดแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถต้านทิศทางของตลาดโลกได้ทั้งหมด เพราะต้นทุนหลักยังคงผูกอยู่กับราคาพลังงานในระดับสากล

สถานการณ์ปัจจุบันจึงมีสองชั้นซ้อนกัน ชั้นแรกคือวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นจริงและกระทบทั้งโลก อีกชั้นคือบรรยากาศในประเทศที่ถูกขยายผ่านข้อมูลและการเมือง จนทำให้ความรู้สึกของผู้คนรุนแรงกว่าสถานการณ์จริงในบางช่วง

ในช่วงเวลาที่แรงกดดันเพิ่มขึ้น การยึดข้อเท็จจริงและประเมินสถานการณ์ตามข้อมูลที่ครบถ้วน จึงมีความสำคัญมากกว่าการไหลไปตามกระแส เพราะวิกฤตพลังงานต้องอาศัยความเข้าใจที่ตรงกับความเป็นจริง จึงจะรับมือได้อย่างมีสติ.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

Leave a comment