
ยันน้ำมันมีพอใช้103วัน เร่งแก้‘ดีเซล’
วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ยันน้ำมันมีพอใช้103วัน เร่งแก้‘ดีเซล’ นำสต๊อกอัดฉีดเข้าระบบ พบยอดใช้มากกว่าปกติ คาดสัปดาห์นี้คลี่คลาย
นายกฯออกคำสั่งปรับมาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลน ขณะที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรอง 103 วัน พบความต้องการใช้ดีเซลยังสูงกว่าปกติ จนต้องนำสต็อกวันละ 130 ล้านลิตร อัดฉีดเข้าสู่ระบบปั๊มเป็นการด่วน คาดสัปดาห์นี้สถานการณ์จะคลี่คลายขณะที่เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรประกาศปรับราคา เนื้อหมูขึ้นอีกกิโลละ 2 บาท ส่วนที่สตูลชาวบ้านโอดเดือดร้อนหนักอัมพาตมา5วันเต็มแล้ว
เมื่อวันที่ 22มีนาคม2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)โดย นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงผลการดำเนินงานของกรมธุรกิจพลังงานว่า สถานภาพน้ำมันเบนซินที่ผลิตภายในประเทศ ณ วันนี้ ใน 5 โรงกลั่น ประกอบด้วย โรงกลั่นบางจาก โรงกลั่นบางจากศรีราชา โรงกลั่นไออาร์พีซี โรงกลั่นเอสพีอาร์ซี และโรงกลั่นไทยออยล์ ที่มีปริมาณการผลิตรวม ณ วันนี้ อยู่ที่ 35.28 ล้านลิตร
โดยเป็นน้ำมันเบนซินที่เติมเอทานอล ผสมโดยผู้ค้าน้ำมันทั้ง 5 โรงกลั่นดังกล่าว และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 อาทิ เชลล์ สตาร์ฟีเวอร์ และโออาร์ ซึ่งจะทําให้น้ำมันเพิ่มขึ้น 43.40ล้านลิตรต่อวัน และจะส่งไปผู้ค้ารายใหญ่ตามมาตรา 7 ทั้งสิ้น 14 ราย เพื่อจําหน่ายผ่านทางปั๊มน้ำมันที่มีแบรนด์เป็นหลัก 28.78 ล้านลิตร ส่วนที่เหลือจะขายให้กับผู้ค้ารายย่อย ตามมาตรา 10 หรือจ็อบเบอร์ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน และบางส่วนก็เป็นจ็อบเบอร์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ที่ขายน้ำมันไม่ถึง 36 ล้านลิตรต่อปี
เผยปริมาณใช้ดีเซลสูงผิดปกติ
นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ ปริมาณการผลิตและจําหน่ายน้ำมันดีเซล มีโรงกลั่น ทั้งสิ้น 6 โรง ประกอบด้วย บางจาก บางจากศรีราชา โรงกลั่นไออาร์พีซี โรงกลั่นพีทีทีจีซี โรงกลั่นเอสพีอาร์ซี และโรงกลั่นไทยออยล์ โดยเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ผลิตดีเซลพื้นฐาน 79.9 ล้านลิตร และจําหน่ายไปยังภาคอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และเรือเดินทะเล และโรงกลั่นก็จะส่งไปยังผู้ค้าเพื่อผสมกับไบโอดีเซล จนเป็นน้ำมันดีเซลที่จําหน่ายในประเทศ เรียกว่าดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งมีทั้งหมด 11 ราย
“โดยผู้ค้าผลิตน้ำมันดีเซลออกมารวมทั้งสิ้น 66.8 ล้านลิตร ณ วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา และส่งให้ผู้ค้ารายย่อยมาตรา 10 หรือจ็อบเปอร์ และส่งให้ผู้ค้าจําหน่ายดีเซลหมุนเร็วรายใหญ่ที่มีสถานีบริการน้ำมัน 15 ราย ปริมาณที่จําหน่าย 71 ล้านลิตร ณ วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดึงสต็อกเก่ามาใช้ โดยปริมาณการใช้ดีเซล ปกติอยู่ที่ประมาณ 67 – 70 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งตอนนี้สูงขึ้นกว่าปกติ มีบางช่วงที่ผ่านมาในบางวัน ขึ้นไปถึง 100 ล้านลิตร”นายสราวุธ กล่าว
ผลตรวจบ.น้ำมันอ่างทองไม่ถูกต้อง
นายสราวุธ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ว่า ได้มีการตรวจสอบคลังน้ำมันของบริษัทดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 มีนาคม เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีปั๊มน้ำมันสถานบริการน้ำมันในจังหวัดสิงห์บุรีจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงก็มีการแกะไว้ว่าน้ำมันมาจากไหน มีการเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อมาตรวจคุณภาพ ซึ่งผลตรวจอยู่ระหว่างการจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการจำหน่ายต้นทาง บริษัทที่เป็นผู้ขึ้นทะเบียนพลังงานจากข้อมูล พบว่า ใบกำกับการขนส่ง ระบุสถานที่ส่งปลายทางอยู่ในกรุงเทพ แต่น้ำมันดังกล่าวไปพบที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งคงต้องให้มีการตรวจสอบต่อไปและน่าจะมีความผิดในเรื่องใบกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง และได้มีการตรวจบริษัทดังกล่าวด้วยว่าใบกำกับการขนส่งได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฏหมายหรือไม่ และจะมีการรายงานต่อไป
ยันมีสำรองไม่น้อยกว่า 103 วัน
นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาได้รับคําสั่งจากนายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่อนผันข้อจํากัดเพื่อเร่งนําน้ำมันเข้าสู่ระบบ และเร่งกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการให้เร็ว อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ปริมาณการสํารองน้ำมันสำหรับการใข้ ไม่น้อยกว่า 103 วัน โดยมีน้ำมันสํารองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร ใช้ได้ 15 วัน น้ำมันสํารองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร อยู่ได้ 25 วัน น้ำมันอยู่ระหว่างการขนส่ง 4,206 ล้านลิตร อยู่ได้ 33 วัน น้ำมันที่ยืนยันการจัดหาแล้วจากทุกเส้นทาง 3,700 ล้านลิตร อยู่ได้ 30 วัน ข้อมูลอ้างอิง ณ วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา
นำดีเซลในสต็อกเติมเข้าปั๊มด่วน
นายสราวุธ ยังกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำมันอย่างเหมาะสมและอย่างรวดเร็ว จะดึงสต๊อกน้ำมันกระจายไปยังปั๊มต่างๆ ได้ภายในกี่สัปดาห์ว่า ได้มีการปลดล็อคเวลาขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ในเขตเมืองแล้ว ได้มีการผ่อนผันดีเซลอย่างน้อย 130 ล้านลิตร เข้ามาในระบบ ต้องรีบกระจายตัวไปยังจุดต่างๆ รวมถึงสถานีบริการ
คาดสัปดาห์นี้สถานการณ์จะดีขึ้น
เมื่อถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการของประชาชนเกินขีดความสามารถในการจัดส่งใช่หรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า น้ำมันดีเซลบางช่วงมีปริมาณความต้องการผ่านปั๊มถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน สถานการณ์วันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาสูงกว่ากว่าปกติถึง 71 ล้านลิตรมีการดึงสต๊อกออกมาใช้จึงต้องรีบกระจายตัวให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า จะเสร็จสิ้นภายใน 1 – 2 สัปดาห์ หรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า เบื้องต้นถ้าส่งน้ำมันได้เร็วขึ้น 10 ล้านลิตรในทุกวัน ช่วงสัปดาห์จะถึงน่าจะผ่อนคลายสถานการณ์ไปในทางที่ดี
สั่งพลังงานจังหวัดลุยตรวจปั๊ม
ส่วนนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าได้สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บน้ำมันที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานทุกแห่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
«ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค» นายอรรถพล กล่าว
ฟันบ.น้ำมันอ่างทองเป็นตัวอย่าง
สำหรับที่มีการพบการกักตุนน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายการกักตุนหรือไม่นั้น โดยเบื้องต้นพบความผิดฐานไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร หากสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการลงโทษผู้กระทำผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
พณ.คุมเข้มรุกตรวจกว่า2พัน
ขณะที่น.ส.ญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ได้มีการติดตามตรวจสอบและกำกับดูแลสถานการณ์สินค้าเชิงรุกอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 1-20 มี.ค. 2569 รวม 2,321 กรณี แบ่งเป็น การลงพื้นที่ตรวจจริงทั่วประเทศ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยการตรวจสอบร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.)
“ได้มีการตรวจสอบสถานประกอบการ เช่น สถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี 433 แห่ง และตลาดค้าปลีกค้าส่ง 326 แห่ง เพื่อกำกับดูแลให้ราคาสินค้าเป็นไปอย่างสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ป้องกันการปฏิเสธการจำหน่าย และดูแลให้มีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน จากการตรวจสอบระดับจังหวัด พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำนวน 10 ราย และได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย” น.ส.ญาณี กล่าว
สั่งฟันไม่ปิดป้ายแสดงราคา12 ราย
และว่า การลงพื้นที่ตรวจจริงตามที่ประชาชนร้องเรียน ผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับราคาและปริมาณสินค้ารวมทั้งสิ้น 300 คำร้อง แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 53 คำร้อง และต่างจังหวัด 247 คำร้อง โดยได้ตรวจสอบแล้วเสร็จจำนวน 99 คำร้อง แยกเป็นกรุงเทพมหานคร 42 คำร้อง และต่างจังหวัด 57 คำร้อง ซึ่งผลการตรวจสอบพบการกระทำความผิดกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำนวน 12 ราย ซึ่งได้ดำเนินการปรับตามกฎหมาย ในพื้นที่เขตบางซื่อ ลาดพร้าว วัฒนา พญาไท บางกอกน้อย คลองเตย สวนหลวง ประเวศ และบางบอน
นอกจากนี้พบกรณีจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่คลองเตย ยานนาวา และบางขุนเทียน ซึ่งได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแล้ว
เปิดให้ปชช.ชี้เป้าพวกฉวยโอกาส
น.ส.ญาณี กล่าวว่า ขณะเดียวกัน มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าราคาเกินสมควร จำนวน 25 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารมาวิเคราะห์ต้นทุน และหากตรวจพบว่า มีการตั้งราคาสูงเกินสมควรจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดจำนวน 79 ราย และยังมีเรื่องร้องเรียนอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 201 คำร้อง แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 11 คำร้อง และต่างจังหวัด 190 คำร้อง ซึ่งกรมการค้าภายใน จะติดตามการตรวจสอบเชิงรุก และรายงานตัวเลขการตรวจสอบทุกวัน
น.ส.ญาณีกล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินงานเชิงรุกผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมชี้เป้าร้านค้าและแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด เพื่อสร้างเครือข่ายข้อมูลราคาสินค้าทั่วประเทศ ควบคู่กับการเฝ้าระวังพฤติกรรมการฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยกรมการค้าภายในจะร่วมกับตลาดสดในความส่งเสริมของกรม อาทิ สมาคมตลาดสด ตลาดกลาง ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าที่เป็นราคาปกติ รวมถึงใช้กลไกร้านค้าธงฟ้าและร้านอาหารราคาประหยัดที่อยู่ในความส่งเสริมของกรมฯ เป็นช่องทางช่วยลดภาระค่าครองชีพ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน และรักษาเสถียรภาพระบบสินค้าและบริการของประเทศ
ยธ.-ตร.ลุยปราบลอบขนน้ำมัน
ทางด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) ประชุมติดตามการปฏิบัติ โดยมี พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พ.ต.อ.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ กองบังคับการตำรวจน้ำ จ.สมุทรปราการ
ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.รุทธพล และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ได้ร่วมกันปล่อยเรือตรวจการณ์ “ปทุมวัน 3” พร้อมกำลังพลชุดปฏิบัติการพิเศษเพื่อออกลาดตระเวนน่านน้ำไทย มุ่งเน้นการป้องปรามการลักลอบขนน้ำมัน และสกัดกั้นการกระทำความผิด
ลุยตรวจโรงกลั่น-คลังน้ำมัน-ปั๊ม
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ตามนโยบายนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน รวมถึงกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบทั้งทางบกและทางทะเลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันเขียวสูงกว่าราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการ ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบจำหน่ายข้ามชาติ หรือนำน้ำมันเถื่อนมาจำหน่ายให้เรือประมง อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
กำชับตำรวจน้ำเอกซเรย์พื้นที่
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยได้สั่งการขั้นเด็ดขาดไปยังเจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร. และกองบังคับการตำรวจน้ำ ให้เอกซเรย์พื้นที่และตรวจสอบการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับเรือประมง หรือน้ำมันเขียว อย่างรัดกุมที่สุด พร้อมคาดโทษหากพบการปล่อยปละละเลย โดยกำชับให้รายงานผลการปฏิบัติการแบบวันต่อวัน หากตรวจพบผู้กระทำความผิด ให้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสการลักลอบขนน้ำมันส่งออก ปลอมปน กักตุน หรือโก่งราคาน้ำมัน สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันทีที่สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่พบลอบนำออกนอกประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปล่อยเรือ “ชัยจินดา” พร้อมเรือตรวจการณ์น่านน้ำไทย จำนวน 30 ลำ ปฏิบัติการตรวจสอบน่านน้ำไทย ลาดตระเวนอย่างเข้มข้นป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนน้ำมัน ผลการปฏิบัติไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกราชอาณาจักรผ่านเรือแท็งเกอร์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถบุกจับกุมการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อนให้แก่เรือประมงกลางทะเลได้อย่างทันท่วงที
นายกฯสั่งปรับมาตการรับมือวิกฤต
ขณะที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อปรับปรุงมาตรการเดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์
สาระสำคัญของคำสั่งฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยกำหนดให้ยกเลิกความในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งฉบับเดิม
สำหรับคำสั่งฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยลงนามเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569
เนื้อหมูประกาศขึ้นอีกกิโลละ2บ.
ทางด้านผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันขึ้นราคานั้น ล่าสุดเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ประกอบด้วย สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคกลางตอนบนเพื่อการค้า และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรชลบุรี จำกัดประกาศแจ้งสมาชิกสมาคมฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ว่าราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรกร วันจันทร์ที่ 23 มี.ค. นี้ สุกรขุนหน้าฟาร์มปรับขึ้นอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม
จากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาอ้างอิงเฉลี่ยเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ 68-70 บาทต่อกิโลกรัม ขยับขึ้นเป็น 70-72 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งกากถั่วเหลือง และกลุ่มกรดอะมิโนต่าง ๆ ที่ปรับขึ้น รวมถึงราคาค่าขนส่งและน้ำมันทั้งนี้ปัจจุบันต้นทุนการผลิตไตรมาส 1/2569 กลุ่มซื้อลูกสุกรเข้าขุน 65.57 บาท กลุ่มผลิตลูกสุกรเอง 68.60 บาท
ผู้ว่าฯโคราชสุ่มตรวจไม่พบกักตุน
ส่วนที่ จ.นครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานน้ำมีนออกตรวจติดตามการจำหน่ายน้ำมันภายในสถานีบริการน้ำมันในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค
จากการสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่งในเขตอำเภอเมือง พบว่าภาพรวมการจำหน่ายน้ำมันยังคงเป็นปกติ ยังไม่พบพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเก็งกำไรแต่อย่างใด แต่จะพบปัญหาในบางสถานีบริการที่ไม่มีน้ำมันจำหน่ายให้แก่ประชาชนชั่วคราว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากกระบวนการขนส่งที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการ ไม่ได้เกิดจากการเจตนาปฏิเสธการจำหน่ายแต่อย่างใด
สุรินทร์ยอดขายหายเกินครึ่ง
ที่จ.สุรินทร์ สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นร่วมกับภาวะขาดแคลนส่งผลกระทบหนักต่อพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ลูกค้าหายไปกว่า 50% ภายในเวลาอันสั้น ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อนอย่างหนัก
เฮียแป๊ะอายุ 48 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูชื่อดัง “เฮียแป๊ะขาหมูเยาวราช” ซึ่งตั้งอยู่หน้าคลังน้ำมันเล่าว่า เช้าตื่นมาก็เห็นชาวบ้านขับรถสัญจรไปมาต่อแถวเติมน้ำมันกันแบบนี้ทุกวัน ยอดขายอาหารของร้านหายไปเกินครึ่งทันทีที่น้ำมันแพงและขาดแคลน ลูกค้าไม่อยากใช้รถเพราะกลัวต้นทุนสูง อยากฝากถึงนายกฯ ช่วยจัดการให้ผู้ประกอบการปล่อยน้ำมันออกมาเต็มปริมาณโดยไม่กั๊ก ถ้าปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนอย่างเรา ๆ ต้องปรับตัวหนักขึ้น เช่น ใช้รถยนต์เฉพาะยามจำเป็น แล้วหันมาใช้มอเตอร์ไซค์แทน
ชาวบ้านโอดตอนนี้เดือดร้อนหนัก
ด้านนางสาวปารวี บุญคำ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านอาหารอีกแห่งในพื้นที่เดียวกันเปิดเผยถึงความเดือดร้อนที่กำลังเผชิญว่า หลังน้ำมันแพง ราคาหมูก็ขึ้นตาม ลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยขายได้วันละ 7,000-8,000 บาท เหลือเพียง 2,000-3,000 บาทต่อวัน แทบไม่มีกำไรเลย เพราะต้องนำเงินไปจ่ายค่าลูกจ้าง ค่าน้ำค่าไฟ และค่าเช่าร้าน เดือดร้อนมากจริง ๆ ตอนนี้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบริเวณหน้าคลังน้ำมัน PT ซึ่งเป็นคลังใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน บนถนนสายอำเภอเมืองสุรินทร์-อำเภอลำดวน หน้าทางเข้าหมู่บ้านเสม็ด รถบรรทุก รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ต่อแถวเติมน้ำมันยาวเหยียดตลอดทั้งวัน ชาวบ้านต้องรอคิวนานนับชั่วโมง
สตูลวิกฤตอัมพาตมา5วันเต็ม
ขณะที่สถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.ตูลทวีความรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤต หลังยืดเยื้อมานานกว่า 5 วันเต็ม ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจฐานรากและการสัญจรในช่วงเทศกาลสำคัญ ด้านชาวบ้านโอดครวญต้องทิ้งงานมานั่งเฝ้าปั๊ม วอนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาคอขวดการขนส่งก่อนเหตุการณ์ลุกลามเป็นความวุ่นวาย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันในเขตเทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล พบภาพที่หาดูได้ยาก รถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดเข้าคิวเป็นแถวยาวเหยียดหลายร้อยเมตรตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ท่ามกลางป้าย «น้ำมันหมดชั่วคราว» ที่ติดเด่นชัดอยู่หน้าหัวจ่ายเกือบทุกแห่ง
เผยปัญหาระบบขนส่งล่าช้า
ทางปั๊มน้ำมันระบุว่าปัญหาเกิดจากความล่าช้าในระบบขนส่ง ทำให้ต้องใช้วิธีบริหารจัดการด้วยการ «แจกบัตรคิว» ในเวลา 15.00 น. ของทุกวัน เพื่อจำกัดปริมาณการขายให้ทั่วถึงที่สุด แต่ปริมาณน้ำมันที่ได้รับมาในแต่ละวันก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงนี้เทศกาลฮารีรายา วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้กระทบเพียงแค่คนเดินทางท่องเที่ยว แต่กำลังบีบคั้นหัวใจผู้ที่ต้องใช้รถเพื่อการดำรงชีวิต
คนป่วยตระเวนหาซื้อน้ำมันจนท้อ
กลุ่มผู้ป่วยอย่างคุณป้ารายนี้เปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลังตระเวนหาซื้อน้ำมันเป็นรอบที่สอง เพื่อเตรียมเดินทางไปพบแพทย์ตามนัดในวันพรุ่งนี้ ( 23 มีนาคม)ยอมรับว่าอ่อนใจและกังวลอย่างมากหากอาการป่วยจะกำเริบเพียงเพราะไม่มีน้ำมันไปโรงพยาบาล
กลุ่มอาชีพหาเช้ากินค่ำสาวใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมือง ยอมรับว่าต้องมานั่งรอคิวตั้งแต่ 11.00 น. เพื่อหวังจะได้น้ำมันไปเติมรถจักรยานยนต์สำหรับออกเก็บของเก่าขายเลี้ยงหลานและครอบครัว เผยน้ำมันคือเส้นเลือดใหญ่ของคนจนที่ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว
กลุ่มประมงพื้นบ้านออกเรือไม่ได้
ส่วนกลุ่มประมงพื้นบ้านภรรยาชาวประมงหาปูเบี้ยว ระบุว่าวันนี้สามีไม่สามารถออกเรือได้เพราะไม่มีน้ำมัน ทำให้ขาดรายได้หลักไปทันที พร้อมแฉข้อมูลว่าบางปั๊มเริ่มเกิดเหตุการณ์แย่งชิงบัตรคิวกันจนเกือบจะมีเรื่องกระทบกระทั่ง
ขณะที่สำนักงานพลังงานจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าช่วยจัดระเบียบหน้าปั๊มน้ำมันเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย แต่ในภาพรวมประชาชนยังคงเกิดภาวะตื่นตระหนกบางส่วนพยายามกักตุนน้ำมันเพราะเกรงว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นและของจะขาดตลาดนานกว่าเดิม และขอให้มีการตรวจสอบหาสาเหตุความล่าช้าในการขนส่งน้ำมันเข้าสู่จังหวัดสตูลด้วย