
สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน
วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.
สว. เชื่อมีกักตุนน้ำมัน ทำขาดแคลน-แพง ด้าน เดชา ฟิวส์ขาดตะเพิดขรก.ที่ห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซัดไร้ความสามารถ ไม่เข้าใจชาวนา ประชดให้ขึ้นน้ำมันลิตรละพัน จะได้เลิกทำนา ขอรอดูจะมาไหว้ให้ชาวนาทำข้าวให้กินหรือไม่
เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนให้วุฒิสภา พิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยนายธวัช สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า ตนมีน้องชาย ทำปั๊มน้ำมันที่ จ.ตรัง ตั้งแต่วานนี้ ถึงวันนี้ ปิด เพราะไม่มีน้ำมัน ทั้งนี้เมื่อวานตนเข้าไปในเมืองพบรถต่อคิวเติมน้ำมันแถวยาว ส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่รัฐบาลบอกว่ามีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 100 วัน ดังนั้นตนขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่ประกาศอย่างเดียว ขณะที่ในส่วนภูมิภาค ต้องตรวจเข้มข้นเพื่อดูแลไม่ให้กักตุนน้ำมัน ทั้งนี้หากพบการกักตุนต้องลงโทษเฉียบขาด อย่างไรก็ดีตนทราบว่าขณะนี้คลังน้ำมันจ่ายน้ำมันออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น หากไม่ขาดแคลนต้องปล่อยออกมาให้เพียงพอ
“รัฐบาลต้องใช้โอกาสนำปาล์มน้ำมัน อ้อย ผลผลิตทางการเกษตรส่งเสริมให้ผลิตน้ำมันบีสิบ บียี่สิบ ให้เริ่มทำไม่ใช่ตั้งท่าปรับกระบวนการผลิต เมื่อก่อนไบโอดีเซลที่ส่วนผสมราคาสูง แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันแพง และต้นทุนผลิตไบโอดีเซลสูงพอๆ กัน ดังนั้นต้องรีบส่งเสริม รวมถึงส่งเสริมใช้โซลาเซลในภาคเกษตร ขณะที่การไฟฟ้าต้องเลิกเก็บค่าธรรมเนียม” นายธวัช กล่าว
ด้านนายเดชา นุตาลัย สว. อภิปรายว่า ปัจจุบันชาวนาเดือดร้อนหนัก เพราะเมื่อน้ำมันแพง จะส่งผลให้ปุ๋ยราคาสูง ทั้งนี้ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบัน ทำให้ชาวนาลำบากมาก ส่วนน้ำมันที่ไม่มี หรือกำลังจะแพง เกิดจากการกักตุนและเก็งกำไร มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนประกาศว่าห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซึ่งตนมองว่าเป็นบุคคลที่ขาดความรู้ ไร้ความสามารถ ภาครัฐไม่ควรเอาไว้ให้ทำงานราชการต่อไป เพราะกิจกรรมของตนซึ่งเป็นชาวนา ทำงานในนา ไม่ได้มาทำบนถนน น้อยครั้งที่รถจะผ่านถนน ดังนั้นเมื่อประกาศแบบนั้นเท่ากับเป็นคนไม่มีความสามารถ และภาครัฐควรลงโทษบุคคลผู้นี้ เพราะทำให้วุ่นวายไปหมด
“ขึ้นไปเลย ลิตรละพัน พวกผมเป็นชาวนา จะได้เลิกทำนา เพราะราคาข้าวกระดอกกระแดด จะรอดหรือจะตาย จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ผมดูน้ำหน้าโรงสี จะเอาข้าวที่ไหนสี ผู้ส่งออกจะเอาข้าวที่ไหนไปส่งออก ที่ชาวนาทำปีละแสนนล้าน ชาวนาเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่ เอาเงินเข้าประเทศ ผมจะดูว่าสมาคมข้าวถุง จะเอาข้าวไหนมาบรรจุขาย และภายในประเทศอีกแสนล้านบาท รวมสามแสนล้านบาที่ชาวนาทำจีดีพีหมุนเวียน เห็นหัวพวกตนหรือไม่ เห็นความสำคัญหรือไม่ ผมไม่ตกใจ เมื่อฝนตกก็มีข้าวให้เก็บเกี่ยวกินอยู่ได้เป็นปี ผมอยากดูว่าขอร้องขอ มายกมือไหว้ชาวนาให้ทำนา หรือมาขอข้าวชาวนากินหรือไม่ จะรอดูวันนั้น” นายเดชา กล่าว
ขณะที่นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. อภิปรายสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนั้นต้องทบทวนมาตรการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยในการช่วยประหยัดพลังงาน เป็นต้น