
ไม่เชื่อมั่นรบ. ปชช.กลัวเชื้อเพลิงหมด ล้มแผนเที่ยวสงกรานต์
วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
นิด้าโพลเผยปชช.กว่า 44% ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล รับมือวิกฤตน้ำมัน หวั่นน้ำมันสำรองไม่พอใช้ เลิกแผนเที่ยวสงกรานต์ กลัวไม่มีน้ำมันเติม
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผย ผลการสำรวจ เรื่อง “น้ำมันขาดแคลนคุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17 – 18 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำมันในประเทศ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ97.0
จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงความตื่นตระหนกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำมันในประเทศ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 31.76 ระบุว่า ค่อนข้างตื่นตระหนก รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า ไม่ค่อยตื่นตระหนก ร้อยละ 23.89 ระบุว่า ไม่ตื่นตระหนกเลย และร้อยละ 17.71 ระบุว่า ตื่นตระหนกมาก
เมื่อถามถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันของประชาชนที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.90 ระบุว่า ไม่เผชิญกับปัญหาเลย รองลงมา ร้อยละ 33.66 ระบุว่า เผชิญกับปัญหาบ้าง ร้อยละ 23.59 ระบุว่า เผชิญกับปัญหามาก และร้อยละ 8.85 ระบุว่า ไม่ได้ใช้น้ำมันในชีวิตประจำวัน

สำหรับความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลในประเด็น น้ำมันสำรองในประเทศจะเพียงพอใช้ได้ 98 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569) และรัฐบาลจะสามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมให้แก่ประเทศได้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.28 ระบุว่า ไม่มั่นใจว่า น้ำมันสำรองในประเทศจะเพียงพอ 98 วัน และไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมได้ รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่า มั่นใจว่า น้ำมันสำรองในประเทศจะเพียงพอ 98 วัน และมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมได้ ร้อยละ 16.72 ระบุว่า ไม่มั่นใจว่า น้ำมันสำรองในประเทศจะเพียงพอ 98 วัน แต่มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมได้ ร้อยละ 9.54 ระบุว่า มั่นใจว่า น้ำมันสำรองในประเทศจะเพียงพอ 98 วัน แต่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมได้ และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนเกี่ยวกับการวางแผนการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ หากว่าวิกฤตการณ์น้ำมันยังไม่จบ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 57.56 ระบุว่า ไม่มีแผนการเดินทางอยู่แล้ว รองลงมา ร้อยละ 14.80 ระบุว่า ยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด ร้อยละ 12.06 ระบุว่า ดำเนินการตามแผนการเดินทางที่วางไว้ ร้อยละ 9.62 ระบุว่า ยังคงเดินทางอยู่ แต่อาจปรับวิธีการเดินทาง ร้อยละ 2.98 ระบุว่า ยังคงเดินทางอยู่ แต่อาจปรับทั้งวิธีเดินทางและจุดหมายปลายทางในการเดินทาง ร้อยละ 2.75 ยังคงเดินทางอยู่ แต่อาจปรับจุดหมายปลายทางในการเดินทาง และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
‘สวนดุสิตโพล’ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ความคาดหวังต่อรัฐบาลและฝ่ายค้าน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,456 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างอยากเห็นบทบาทของฝ่ายรัฐบาลในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติได้ดี ร้อยละ 72.94 และสร้างสรรค์ ร้อยละ 75.62 โดยค่อนข้างคาดหวังต่อการทำงานของฝ่ายค้าน ร้อยละ 50.83 ทั้งนี้ สิ่งที่อยากบอกนายกฯอนุทิน คือ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงและวิกฤติพลังงาน ร้อยละ 44.71
ตร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจจสะท้อนว่าประชาชนค่อนข้างคาดหวังต่อการทำงานของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ถูกจับตามองว่าจะรับมือวิกฤติพลังงานอย่างไร เพราะจากประสบการณ์การบริหารวิกฤติในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ส่งผลให้ประชาชนเกิดความกังวลและบางส่วนตื่นตระหนกไม่น้อย แม้จะเป็นวิกฤติที่หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญร่วมกัน แต่การสื่อสารและการบริหารจัดการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากการที่รัฐบาลชุดใหม่ภายได้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นถึงตำแหน่งรัฐมนตรี และรัฐบาลใหม่จะต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่อเค้าในภาวะวิกฤติของรัฐบาลมากที่สุดถึง 72.94% ซึ่งต้องยอมรับว่ายากที่จะผ่านพ้นไปได้และความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลใหม่สร้างสรรค์ที่ต่างจากอดีตที่มักทำหน้าที่ฝ่ายแค้นและมุ่งทำลายรัฐบาลมากกว่าปัญหาจากการทำงาน โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการบอกไปถึงนายกฯอนุทิน คือ “น้ำมันแพงและความกังวลต่อวิกฤติพลังงาน” ที่กระทบต่อประชาชนและรัฐบาลทั่วโลก สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นตัวแปรที่รัฐบาลพยายามควบคุมและใช้องคาพยพที่มีทั้งหมดในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า สถานการณ์จะลุกลามหรือยืดเยื้อออกไปอีกนานเท่าใด เพราะนั่นหมายถึง อายุของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจัดตั้งด้วย