
24 มี.ค. 2569 06:28 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เครื่องบินทหารตกในโคลอมเบีย พบแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีก 77 ราย
เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งของกองทัพโคลอมเบียซึ่งบรรทุกผู้โดยสารกับลูกเรือ 121 คน ตกในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยตอนนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ กับผู้บาดเจ็บอีก 77 ราย
เมื่อ 23 มี.ค. 2569 เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งของกองทัพรุ่น “เฮอร์คิวลิส ซี-130” (Hercules C-130) ที่มีผู้อยู่บนเครื่อง 121 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหาร ตกหลังจากทะยานขึ้นได้ไม่นาน ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 77 ราย
นายเปโดร ซานเชซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของโคลอมเบีย โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “อุบัติเหตุที่น่าสลดใจ” ครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองปูเอร์โต เลกิซาโม (Puerto Leguizamo) ซึ่งเป็นเทศบาลที่ห่างไกลในจังหวัดปูตูมาโย แถบลุ่มน้ำอะเมซอน ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาใต้อย่างเปรูและเอกวาดอร์
ภาพที่มีการแชร์ทางออนไลน์โดยสำนักข่าวของโคลอมเบีย เผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากทุ่งนาซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินตก และมีรถบรรทุกทหารกำลังเร่งรุดไปยังที่เกิดเหตุ
กองทัพอากาศระบุในแถลงการณ์ว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือจากจุดเกิดเหตุแล้วอย่างน้อย 77 รายในสภาพได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้มีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย ตามแถลงการณ์ของกองบัญชาการทหารที่ประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย นำมาโพสต์ลงทางออนไลน์
กองทัพอากาศระบุว่ามีผู้อยู่บนเครื่องบินลำนี้ทั้งหมด 121 คน ประกอบด้วยทหาร 110 นาย และลูกเรือ 11 นาย โดยระบุว่าเครื่องบินกำลังอยู่ระหว่างการขนส่งทหารไปยังเมืองอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดปูตูมาโย ทั้งนี้ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่รายงานว่ามีผู้อยู่บนเครื่อง 125 คน
คาร์ลอส เฟอร์นานโด ซิลวา ผู้บัญชาการกองทัพอากาศโคลอมเบีย กล่าวว่ายังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ “ยกเว้นเพียงว่าเครื่องบินประสบปัญหาและตกลงในระยะห่างจากสนามบินราว 2 กม.”
ผู้บัญชาการกองทัพอากาศกล่าวเสริมว่า ได้มีการส่งเครื่องบิน 2 ลำ พร้อมเตียงพยาบาล 74 เตียงไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บกลับไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลในกรุงโบโกตา เมืองหลวง และพื้นที่อื่นๆ โดยยังไม่มีการเปิดเผยชะตากรรมของผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่นๆ แต่อย่างใด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna