
เชื้อเพลิงขาดพ่นพิษ เรือประมงงดออกทะเล
วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
สถานการณ์น้ำมันที่ชัยภูมิเริ่มฟื้น ปั๊มดีเซลผ่อนกฎเหล็กเติมใส่แกลลอนได้แล้ว เกษตรกรแห่ต่อคิวคึกคัก คาดไม่เกิน 1สัปดาห์น้ำมันเต็มถังทั่วเมือง ส่วนที่ เพชรบูรณ์ยังอ่วม เกษตรกรจอดรถนอนรอคิวเติมน้ำมันข้ามคืน ด้านประมงไทยกระอัก น้ำมันเขียว ราคาพุ่งแตะลิตรละ 48บาท หลายจังหวัดจ่อจอดเรืองดออกทะเลกว่าพันลำปลายเดือนนี้ ขณะที่ ผักสดพังงาราคาพุ่ง มะนาวแตะลูกละ8บาท ผักชี-ขึ้นฉ่ายขยับเท่าตัว พ่อค้าแม่ค้าโอดต้นทุนค่าครองชีพสูง หวั่นวิกฤตโลกซ้ำเติมค่าขนส่ง
จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้มีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะทรงตัวในระดับที่สูงต่อไปซึ่งส่งผลกระทบต่อประต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยนั้น
เมื่อวันที่24มีนาคม2569ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์พลังงานบริเวณถนนนิเวศรัตน์ ใกล้ปั๊มน้ำมัน PT ตรงข้ามวิทยาลัยเกษตรกรรมจังหวัดชัยภูมิ พบภาพความคึกคักของประชาชนที่นำรถกระบะและรถบรรทุกนับร้อยคันมาเข้าคิวรอเติมน้ำมันดีเซลตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน
จากการสอบถามพนักงานปั๊มน้ำมัน พบว่ามีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การจำหน่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ดังนี้ ลูกค้าทั่วไปเติมใส่รถได้ไม่เกิน 1,000 บาท และซื้อใส่แกลลอนแยกได้อีก 500 บาท และสมาชิกปั๊มได้รับสิทธิ์พิเศษเติมรวมทั้งรถและแกลลอนได้สูงสุดถึง 150ลิตร มาตรการนี้สร้างความพึงพอใจอย่างมากให้กับกลุ่มเกษตรกรและรถขนส่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการจำกัดปริมาณอย่างเข้มงวดและห้ามกรอกใส่แกลลอน ทำให้ยากต่อการนำไปใช้กับเครื่องจักรการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล
ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า การที่ปั๊มอนุญาตให้ซื้อใส่แกลลอนได้ถือเป็นข่าวดีที่สุด เพราะช่วงนี้เป็นฤดูกาลสำคัญ ทั้งการสูบน้ำเข้านา การไถเตรียมดิน และการเก็บเกี่ยวไร่อ้อย ซึ่งล้วนต้องใช้เครื่องจักรหนักและรถบรรทุก การมีน้ำมันเพียงพอทำให้สามารถวางแผนงานเกษตรได้คล่องตัว ไม่ต้องพะวงเรื่องเครื่องยนต์ดับกลางคัน
จากการสำรวจปั๊มน้ำมันทั่วจังหวัดพบว่า หลายแห่งเริ่มมีน้ำมันดีเซลหมุนเวียนเพียงพอ และไม่มีภาพการแย่งชิงหรือน้ำมันหมดรวดเร็วเหมือนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในพื้นที่คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันจะเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลและเพียงพอต่อความต้องการ 100% ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน PT หน้าโรงเรียนเมืองเพชรบูรณ์ ริมถนนสระบุรี-หล่มสัก ว่า พบภาพความสลดใจของพี่น้องเกษตรกรที่นำรถยนต์กระบะหลายสิบคันมาจอดต่อคิวริมถนน เพื่อรอซื้อน้ำมันในวันถัดไป โดยหลายรายเตรียมเครื่องนอนและอาหารมาพร้อมสำหรับการพักค้างคืนบนรถ
นางนิตยา เกษตรกรจาก ต.บ้านโตก เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนปลูกแตงโมไว้ 50 ไร่ ซึ่งขณะนี้กำลังให้ผลผลิตและจำเป็นต้องสูบน้ำรดวันเว้นวัน ครั้งละประมาณ 30-40 ลิตร แต่สถานการณ์น้ำมันที่ยากลำบากทำให้ตนต้องมาจอดรถรอคิวตั้งแต่ 16.00 น. เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้น้ำมันเป็นคิวแรกๆ หลังจากครั้งก่อนมาตอนตี 2 แต่เกือบจะไม่ได้น้ำมัน โดยครั้งนี้หิ้วถัง 200 ลิตรมาหวังจะตุนไว้ แต่ปั๊มจำกัดโควตาให้ไม่เกินคนละ 3,000 บาท ซึ่งหากใช้หมดก็ต้องวนกลับมานอนรอใหม่ เสียทั้งเวลาและสุขภาพจิตอย่างยิ่งเมื่อติดต่อไปยังพ่อค้าที่ตลาดไทเพื่อระบายผลผลิตแตงโม กลับไม่มีใครกล้ามารับซื้อ เนื่องจากพ่อค้ากังวลเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และเกรงว่าหากขับรถมารับของแล้วขากลับน้ำมันหมดระหว่างทางและต้องเสียเวลาต่อคิวตามปั๊มต่างๆ อาจทำให้สินค้าเน่าเสียหรือติดค้างอยู่กลางทางได้
ทางด้าน นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันเขียวที่เรือประมงเติมอยู่ที่ราคาลิตรละ 18 บาท 60 สตางค์ แต่เมื่อวานนี้มีการประกาศราคาน้ำมันเขียวอยู่ที่ลิตรละ 48 บาท 80 สตางค์ ขึ้นมา 119.36% ทั้งที่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมาราคาอยู่ที่ประมาณ 20 บาททำให้ช่วงนั้นเรือประมงพากันไปเติมน้ำมันเขียวจำนวนมาก และน้ำมันที่เติมไปก็จะหมดประมาณปลายเดือนนี้ และเมื่อมีการประกาศราคาใหม่เมื่อวานนี้ทำให้เรือประมงไม่สามารถเติมน้ำมันเขียวได้แล้ว เพราะหากเติมรอบนี้แล้วออกทำการประมง เมื่อกลับเข้าฝั่งราคาสัตว์ทะเลก็เท่าเดิม ซึ่งถือว่าขาดทุนอย่างแน่นอน
นายสุรเดช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าแรงของแรงงานประมงที่ต้องจ่ายสม่ำเสมอก็จะไม่สมดุลกับรายได้ ทำให้ต้องประเมินสถานการณ์ว่าถ้าเป็นเช่นนี้ที่ราคาน้ำมันเขียวเกิน 25 บาทหรือ 28 บาท ก็มีความจำเป็นจะต้องจอดเรือประมง 2-3 เดือน หลังจากนั้นก็จะมีการเลิกจ้างแรงงานประมง เพราะหากจะให้จ่ายค่าจ้างโดยที่แรงงานไม่ได้ทำงานก็ไม่สามารถทำได้
นายสุรเดช เปิดเผยว่าตนเดินทางเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคมก็มีข้อเสนอทางเลือกให้เติมน้ำมัน บี 20 ที่ราคาต่ำกว่าตลาด แต่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ ทำให้ต้องลงทุนเพิ่ม ที่ผ่านมาสัตว์น้ำที่จับมาได้ก็ไม่มีแนวโน้มว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้น หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็จะทำให้มีปัญหาสัตว์น้ำจากประเทศเมียนมาทะลักเข้าจากชายแดนด้านจังหวัดระนองทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งพ่อค้าก็ต้องไปนำสัตว์น้ำที่สามารถทำกำไรได้มาทดแทนสัตว์น้ำของไทย ซึ่งเป็นหลักการทำธุรกิจทั่วไปเพราะราคาสินค้าสัตว์น้ำของเมียนมาถูกกว่าไทย กว่า 50% แต่ก็ต้องลุ้นเรื่องคุณภาพที่ไม่ผ่านระบบ IUU แต่ของไทยผ่านการตรวจคุณภาพ 100% สำหรับเรือประมงในจังหวัดสงขลาที่เตรียมจอดปลายเดือนมีนาคมนี้ มีประมาณ 200 กว่าลำ ส่วนจังหวัดปัตตานีเกือบ 1,000 ลำ
วันเดียวกัน ที่บริเวณบ้านบางใบไม้ ปากน้ำท่าศาลา ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เรือประมงพื้นบ้านกว่า 200 ลำ ต้องจอดเทียบท่า เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และจำกัดการเติม โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันดีเซล และแก๊สโซฮอลทั้งแบบ 91 และ 95 โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลนั้น มีความไม่แน่นอนในสถานีบริการ เช่น น้ำมันหมด ไม่จำหน่ายแบบบรรจุภาชนะ ซึ่งชาวประมงไม่สามารถนำเรือไปเติมได้อยู่แล้ว และบ้างก็จำกัดการเติมได้เพียง 500 บาท แต่ก็มีบางช่วงเวลาสามารถเติมใส่ภาชนะได้
นายเจริญ โต๊ะอีแต นายกสมาคมเครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา ระบุว่า ชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถออกไปทำประมงระยะไกลได้ ก่อนหน้าไม่ได้รับอานิสงค์จากน้ำมันเขียวอยู่แล้ว แต่แม้ราคาน้ำมันบนบกจะขึ้นราคาเพียงเล็กน้อย ยังสามารถรับได้ แต่ปัญหาใหญ่ของชาวประมงพื้นบ้านคือ ไม่มีน้ำมันในการออกทำประมง ตนอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้มีการจัดสรรน้ำมันอย่างเพียงพอ และสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ พร้อมทั้งลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในชุมชนชายฝั่งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายพืชผักสวนครัว ที่ตลาดกราภูงา ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา พบว่าราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภคในพื้นที่จากการสำรวจพบว่าสินค้ากลุ่มพืชผักสวนครัวมีการปรับราคาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะมะนาวจากเดิมราคาลูกละ 1-3 บาท ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น ลูกละ 7-8 บาท หรือกิโลกรัมละ 120-140 บาท , ผักชจากกิโลกรัมละ 60 บาท พุ่งขึ้นเป็น 120-140 บาท, ผักขึ้นฉ่ายจากเดิมกิโลกรัมละ 50-80 บาท ขยับขึ้นเป็น 140 บาท, ต้นหอมปรับจากกิโลกรัมละ 80 บาท เป็น 120 บาท นอกจากนี้ยังมีผักอีกหลายชนิดที่เริ่มขาดแคลนและมีแนวโน้มราคาจะสูงขึ้นตามมา อาทิ ถั่วฝักยาว พริก กระเทียม กะหล่ำปลี และผักกาดขาว
ด้านแม่ค้าในตลาดเริ่มปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยใช้วิธีนำผักมาแบ่งเป็นกำขนาดเล็กลงแต่ยังขายในราคาเดิม เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและพอให้มีกำไรพยุงกิจการท่ามกลางภาวะของแพง
ไม่เพียงแค่ผักสดเท่านั้น สินค้าของแห้งและอุปกรณ์จำเป็นก็เริ่มปรับราคาขึ้นเช่นกัน เช่น ถุงพลาสติก ปรับจากพับละ 40-45 บาท เป็น 50-55 บาท และ น้ำมันปาล์ม อยู่ที่ขวดละ 50-55 บาท
ทั้งนี้ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าต่างยอมรับว่ามีความกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าแรง ซึ่งจะกลายเป็นระเบิดเวลาซ้ำเติมราคาสินค้าให้พุ่งสูงขึ้นไปมากกว่านี้