สวนดุสิโพล เผยดัชนีการเมือง มี.ค.ร่วง เหตุวิกฤตพลังงานพ่นพิษ ประชาชนแบกภาระอ่วม

สวนดุสิโพล เผยดัชนีการเมือง มี.ค.ร่วง เหตุวิกฤตพลังงานพ่นพิษ ประชาชนแบกภาระอ่วม

สวนดุสิโพล เผยดัชนีการเมือง มี.ค.ร่วง เหตุวิกฤตพลังงานพ่นพิษ ประชาชนแบกภาระอ่วม

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.43 น.

29 มีนาคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนมีนาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,181 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 24-27 มีนาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนมีนาคม เฉลี่ย 3.89 คะแนนลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ได้ 4.30 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน ได้คะแนนเฉลี่ย 4.35คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหาความยากจน ได้คะแนนเฉลี่ย 3.49 คะแนนทั้งนี้กระทรวงที่ประชาชนคาดหวังการทำงานมากที่สุด คือ กระทรวงพลังงาน ร้อยละ 34.20 รองลงมาคือ กระทรวงพาณิชย์ร้อยละ 20.84

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า คะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงสะท้อนผลจากการบริหารงานของรัฐบาลท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานโลก แม้รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ภาพรวมยังเป็นเพียงการประคองสถานการณ์มากกว่าการแก้ปัญหาในภาพกว้างเมื่อราคาพลังงานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจึงเพิ่มความกังวลและลดความเชื่อมั่นต่อการบริหารของภาครัฐในภาวะวิกฤติคะแนนที่ลดลงในทุกตัวชี้วัดของเดือนนี้จึงเป็นผลจากการรับมือของรัฐบาลด้วยการให้ประชาชนแบกรับภาระค่าใช้จ่าย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากผลการสำรวจพบว่าดัชนีทุกตัวมีตัวเลขที่ลดลงต่ำกว่าเดือนกุมภาพันธ์ทั้งหมดและเป็นที่น่าสังเกตว่า ประชาชนให้คะแนนดัชนีแต่ละตัวส่วนใหญ่ไม่ถึง 5 จากคะแนนเต็ม 10 มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้หากเรียงลำดับจากมากไปน้อยจะพบว่า ผลงานของฝ่ายค้านได้คะแนนมากที่สุด 4.35 แต่ก็ลดลงจากเดือนธันวาคม 2568 ที่เคยทำได้ถึง 4.45 ขณะที่การแก้ปัญหาความยากจนซึ่งเป็นประเด็นใหญ่และเป็นนโยบายการหาเสียงของทุกพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้งกลับได้คะแนนเพียง 3.49 ขณะที่กระทรวงพลังงานได้รับความคาดหวังมากที่สุดจากประชาชนสะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนภายในประเทศ ณ เวลานี้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและควรพูดความจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอธิบายถึงแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนฝ่ายค้านเองก็ควรแสดงบทบาทในการแสวงหาทางออกร่วมกับรัฐบาลมากกว่าการโต้คารมโวหารเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง โดยเอาประชาชนที่กำลังเดือดร้อนมาเป็นตัวประกันซึ่งท้ายที่สุดแล้วประเทศไทยก็ไม่ต่างอะไรกับรัฐที่ล้มเหลวในภาวะสงคราม

Leave a comment