
นายกฯเล่นใหญ่/ลงทุนขับรถเอง ลุยสุ่มตรวจปั๊ม
วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
นายกฯเล่นใหญ่/ลงทุนขับรถเอง ลุยสุ่มตรวจปั๊ม ดอดลงพื้นที่นครพนม ไม่ขาดแคลนตามคาด รบ.เปิดแอปช่วยค้นหา ศบก.ปพรมเช็คทั่วปท.
ศบก. เผยความคืบหน้ามาตรการน้ำมันเชื้อเพลิง ปูพรมตรวจสต๊อกทั่วประเทศ บังคับใช้ระบบส่งข้อมูลติดตามน้ำมันรายวัน-ย้อนหลัง 1 เดือน ป้องกันกักตุน เปิดแอปฯ Fuel Now และ Pump Radar ลดเวลาขับรถวนหาน้ำมัน ย้ำพบกักตุนน้ำมันดำเนินคดีเต็มที่ ด้านนายกฯอนุทิน เยือนนครพนม รณรงค์ทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดพลังงาน
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์ตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงภาพรวมประจำวัน โดยนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การผลิต การจำหน่ายน้ำมันของประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มี.ค.น้ำมันดีเซล มีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ในส่วนปริมาณการจำหน่าย อยู่ที่ 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.43 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออกรวมกันอยู่ที่ 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนน้ำมันเบนซินมีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 35.25 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 0.84 ล้านลิตรต่อวัน รวมอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในส่วนของน้ำมันดีเซลปริมาณการผลิต การจำหน่าย อยู่ในตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.และ ก.พ. ซึ่งในส่วนเดือน ม.ค.และ ก.พ. การจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านลิตรต่อวัน
ตรวจสต๊อกอย่างต่อเนื่อง
นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้เห็นความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทั้งในเรื่องของความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิง และการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสิ่งที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องคือ เรื่องการต้องลงไปตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะเรื่องตัวรายงาน โดยต้องลงไปตรวจสอบที่หน้างานด้วยว่ามีปริมาณน้ำมันอย่างไรในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคม ได้ตรวจสอบสต๊อกทั้งหมดของประเทศว่าปริมาณสำรองหรือสต๊อกน้ำมันของประเทศมีปริมาณตามกฎหมายถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในครั้งนั้น ทั้งกรมฯ และพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตรวจสอบและพบว่ามีปริมาณที่เป็นไปตามกฎหมายกำหนดและพบว่ามีปริมาณที่สอดคล้องกับตัวรายงาน
ยังมีหลายปั้มปิดให้บริการ
บางส่วนที่มีการปิดให้บริการ ซึ่งในตัวอย่างที่ไปสำรวจประมาณ 30,00 ปั๊ม พบว่ามีปริมาณ 10% ที่ปิดให้บริการ ซึ่งเราเข้าไปตรวจพบว่าในปั๊มต่างๆ มีน้ำมันสต๊อกอยู่ในถังหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครกักตุนและไม่ยอมขายให้กับประชาชน นอกจากนั้นยังได้มีการตรวจสอบจ๊อบเบอร์และรถขนส่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีน้ำมันที่มีพิรุธต้องสงสัยที่กักตุนไว้ จากนั้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่มีคำสั่งของนายกรัฐมนตรีให้มีการบูรณาการร่วมกัน ก็ได้มีการไปตรวจสอบร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจ ล่าสุดกรมการปกครองได้มีการคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยงานปกครองทั่วประเทศเพื่อเข้าไปตรวจสอบคลังน้ำมันต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการบูรณาการร่วมกันในการเข้าไปตรวจสอบสถานีต่างๆ แล้ว
แชร์ข้อมูลกับประชาชน
รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าวต่อว่า นอกจากนั้น รมว.พลังงานยังได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมันที่ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อเข้าไปดูและเน้นย้ำว่าต้องสั่งจ่ายน้ำมันอย่างเต็มที่ ไม่มีการกักตุน พบว่ามีการสั่งจ่ายน้ำมันไปให้ประชาชน แต่ข้อมูลที่เราจะต้องไปดูคือ ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการสั่งจ่ายน้ำมันเต็มที่หรือไม่ มีการกักตุนหรือไม่ โดยมีการทำระบบเพิ่มเติมเรียกว่า 4ADM ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการกำกับใบขนส่ง และหลังจากที่ประกาศของกระทรวงพลังงานออกมาแล้ว ต้องมีการส่งข้อมูลย้อนกลับถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นอกจากนั้นทางกรมฯยังเปิดระบบ Fuel Now ที่จะทำให้เห็นว่าปั๊มไหนเปิด ปั๊มไหนปิด และมีน้ำมันชนิดไหนที่หมดบ้าง ซึ่งตรงนี้เป็นการทำงานร่วมกันกับภาคประชาชนที่พัฒนาตัวแอพพ์ปั๊มเรดาร์ ซึ่งเป็นการแชร์ข้อมูลกันเพื่อให้ประชาชนได้อัพเดตข้อมูลของสถานีบริการต่างๆ เพิ่มเติม
“ส่วนนี้เป็นการทำงานในเชิงการตรวจสอบและใช้ระบบข้อมูลต่างๆ เข้ามาเพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลและมีความมั่นใจว่าทางกรมธุรกิจพลังงานดูแลเพื่อให้มีการสั่งจ่ายน้ำมันอย่างเต็มที่ หากเราตรวจพบว่ามีผู้ประกอบการท่านใดที่มีการกักตุนน้ำมันหรือมีสิ่งที่ต้องสงสัยเราจะดำเนินการตามกฎหมาย ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้เราได้พบสถานที่เก็บน้ำมันที่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต พบน้ำมันที่มีจำนวนรวม 3 ที่ประมาณ 30,000 ลิตร ซึ่งได้มีการดำเนินการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้วและต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด” นายฉัตรชัยกล่าว
สงกรานต์ปั้มน้ำมันไม่แห้ง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจในความกังวลของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงขอชี้แจงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดในประเด็นหลักๆ ดังนี้ 1.การกระจายน้ำมัน มีแผนในรายละเอียด คือ 1) กระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรและลดความแออัดในสถานีบริการ 2) กำชับผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสแตนด์บายในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง 3) จัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม 4) อำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า
เปิดแอปวางแผนเดินทาง
2.ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น 3.เร่งบริหารจัดการการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการเชิงรุกผ่านกลไกทางการทูตและการเจรจา เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน โดยมีการประสานความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่ง อาทิ บราซิล อาเซอร์ไบจาน และไนจีเรีย ซึ่งต่างแสดงความพร้อมสนับสนุน และอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับโรงกลั่นในประเทศไทย
4.ติดตามการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศให้เป็นตามแผน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการยืนยันตารางเรือขนส่งน้ำมันที่จะเข้าสู่น่านน้ำไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 รวมกว่า 36 ล้านบาร์เรล โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่า 24 ล้านบาร์เรล และในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 8.96 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประเทศ และในระยะยาวก็จะมีการนำเข้าเป็นระยะๆ สอดรับระดับความต้องการ
นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์การกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างใกล้ชิด และเข้มในเรื่องการจับกุมผู้กักตุนน้ำมัน โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24 – 25 มีนาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้สนธิกำลังร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระในหลายจังหวัดทั่วภูมิภาค ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบจุดต้องสงสัย 3 จุด ลักลอบกักตุนและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวม 31,299 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาต และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ยึดน้ำมันสัตหีบ 8หมื่นลิตร
ขณะที่ กรมสรรพสามิตบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในเขตพื้นที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 27 มี.ค.และตรวจพบน้ำมันดีเซล จำนวน 85,000 ลิตร ซึ่งไม่สามารถแสดงที่มาของน้ำมันได้จึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และปรับรวมกว่า 3.85 ล้านบาท
“เพื่อดูแลการเดินทางของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งในเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามานี้ รัฐบาลเตรียมพร้อม เร่งระดมปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานีบริการขาดแคลนน้ำมันลดลง ประชาชนยังสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันได้ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือที่เว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ สำหรับสถานีน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้อีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว
นายกฯตรวจปั้มนครพนม
เวลา 11.40น.ที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันใน อ.ธาตุพนม ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเช่ารถยนต์ขับด้วยตนเอง ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับเจ้าของปั๊ม และเจ้าหน้าที่จังหวัดนครพนม ว่า ตอนนี้น่าจะดีขึ้น แต่ต้องใช้ประหยัดหน่อย และช่วยกันรณรงค์ด้วย
สำหรับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.นครพนม ในปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง โดยในส่วนของ อ.ธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ด้านการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ สถานะของดีเซล เริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอ และน้ำมันชนิดอื่นๆ ก็สามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ จ.นครพนม ประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ
