สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน

สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน

30 มี.ค. 2569 16:54 น.

สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน

รายงานจากสื่อสเปนระบุว่า รัฐบาลสเปนได้สั่งปิดน่านฟ้าสำหรับเครื่องบินทหารสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ “Epic Fury” ในสงครามอิหร่าน ส่งผลให้เครื่องบินต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านประเทศสมาชิกนาโตแห่งนี้ ระหว่างเดินทางไปยังตะวันออกกลาง

หนังสือพิมพ์ El Pais รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า รัฐบาลสเปนได้ตัดสินใจสั่งปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินทหารของสหรัฐฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ “Epic Fury” เพื่อโจมตีอิหร่านบินผ่าน ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรทางการทหารที่รุนแรงขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้สเปนได้ปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพร่วมในการทำสงครามครั้งนี้มาแล้ว

คำสั่งดังกล่าวจะบีบให้เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ต้องบินอ้อมน่านฟ้าของสเปนซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโต เพื่อไปยังเป้าหมายในตะวันออกกลาง ยกเว้นเพียงกรณีฉุกเฉินเท่านั้น นอกจากนั้น ตามรายงานของแหล่งข่าวทางทหาร สเปนยังปฏิเสธการเข้าถึงน่านฟ้าสำหรับเครื่องบินของสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในประเทศที่สาม เช่น สหราชอาณาจักรหรือฝรั่งเศส 

ด้านนายคาร์ลอส กูเอร์โป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของสเปน ยืนยันว่าการตัดสินใจนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะไม่สนับสนุนสงครามที่เกิดขึ้นฝ่ายเดียวและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ฐานทัพอากาศโรตา และฐานทัพอากาศโมรอน เด ลา ฟรอนเตรา จะยังคงถูกใช้งานโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) เนื่องจากภารกิจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีกับสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้ เช่น การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์สำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการในยุโรป ซึ่งมีจำนวนประมาณ 80,000 นาย และยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

นอกจากนี้ ศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศเซบีญา ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ENAIRE  ยังคงให้การสนับสนุนด้านการนำทางเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 Spirit ที่ออกเดินทางจากฐานทัพที่ไวท์แมน รัฐมิสซูรี เพื่อโจมตีอิหร่าน แล้วบินกลับมาโดยไม่หยุดพักเป็นเวลานานกว่า 30 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านี้ไม่ได้เข้าสู่น่านฟ้าของสเปน แต่จะบินผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สเปนไม่สามารถป้องกันได้

นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ผู้นำแนวคิดเสรีนิยมของสเปน กลายเป็นหนึ่งในผู้นำยุโรปที่ออกมาวิจารณ์การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรงที่สุด โดยเขาประณามว่าเป็นการกระทำที่ “บ้าบิ่นและผิดกฎหมาย” พร้อมใช้สโลแกน “No to the war” (ไม่เอาสงคราม) ในการขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศ

นายซานเชซกล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า “เราจะไม่ยอมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในสิ่งที่เป็นผลเสียต่อโลก และขัดต่อคุณค่ารวมถึงผลประโยชน์ของเรา เพียงเพราะกลัวการถูกตอบโต้อย่างรุนแรงจากใครบางคน” 

ทางด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อท่าทีของสเปน โดยได้ข่มขู่ว่าจะ “ตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมด” กับสเปน เพื่อตอบโต้ที่ไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศโรตา และฐานทัพอากาศโมรอน เด ลา ฟรอนเตรา ซึ่งเป็นฐานทัพที่ทั้งสองประเทศใช้ร่วมกันมาตั้งแต่ยุคเผด็จการนายพลฟรังโก

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของสเปนออกมาปฏิเสธคำกล่าวของโฆษกทำเนียบขาวที่อ้างว่าสเปนได้รับทราบสารจากทรัมป์ “ชัดแจ้งแล้ว” และกำลังให้ความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐฯ โดยทางสเปนยืนยันว่า แม้จะประณามรัฐบาลอิหร่านแต่สเปนจะไม่สนับสนุนการโจมตีที่มองว่าเป็น “การรุกรานที่ไร้เหตุผล”

ความขัดแย้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวลึกระหว่างรัฐบาลฝ่ายซ้ายของสเปนที่ยึดถือระเบียบโลกบนพื้นฐานของกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กับขบวนการ MAGA ของทรัมป์ที่เน้นการใช้กำลังทหารและนโยบายเศรษฐกิจแบบตอบโต้.

ที่มา El Pais / Reuters

Leave a comment