เจษฎ์ จี้รัฐเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

เจษฎ์ จี้รัฐเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

เจษฎ์ จี้รัฐเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.34 น.

เจษฎ์ เตือนรัฐบาลรับมือวิกฤตพลังงาน เปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 นายเจษฎ์ โทณะวนิก หัวหน้าพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พลังงานของไทยในปัจจุบันว่า ขณะนี้ประเทศจะยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤต แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการณ์ด้านพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลโปร่งใสเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมัน และเร่งแก้ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

“​การลอยตัวราคาน้ำมัน อาจเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำ แต่การทำเรื่องเหล่านี้จะต้องมีการบอกให้ประชาชนรับทราบด้วย หลายเรื่องรัฐบาลอาจจะมองเป็นเรื่องธุรกิจที่เป็นต้นทุน หรือเป็นกลไกในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งอาจไม่จำเป็นที่จะต้องบอกประชาชน แต่สาธารณูปโภคหลัก หรือสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น น้ำมัน มีสิ่งที่แตกต่างกับบรรดาสินค้าอุปโภค บริโภคอย่างอื่นมาก วันนี้ปัญหาอาจจะไม่ใช่การสื่อสาร แต่คือความจริงที่ไม่ได้ถูกนำเสนอ หรือความน่าเชื่อถือไม่มี” นายเจษฎ์ กล่าว

“วันนี้หากราคาน้ำมันปรับขึ้น 6 บาท รัฐจำเป็นต้องชี้แจงโครงสร้างให้ชัดเจนว่ามาจากส่วนใดบ้าง เช่น เป็นการสะท้อนราคาตลาดโลก 4.50 บาท หรือเป็นการเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อรักษาสถียรภาพในอนาคต หากประชาชนไม่ทราบถึงต้นทุนที่แท้จริง ย่อมเกิดความรู้สึกเชิงลบและมองว่าถูกขูดรีดเอาเปรียบ
และอาจมองว่านี่มันโจรชัดๆ” นายเจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์  กล่าวว่าในด้านความมั่นคงทางพลังงาน มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงสัดส่วนการใช้น้ำมันภายในประเทศเทียบกับการนำเข้า โดยเฉพาะความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของไทย รวมถึงความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ล้วนเป็นปัจจัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  สถานการณ์แบบนี้ใช้รถไฟฟ้ากันได้หมดจริงเหรอ ใช้แผงโซลาร์เซลกันได้หมดจริงหรือ อันนั้นอาจจะต้องเป็นระยะกลางที่ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนที่ไม่ใช่พลังงานน้ำมัน แล้วรัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยในเรื่องของการพัฒนาไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ท้ายที่สุดในระยะยาวรัฐบาลก็จะต้องมองภาพให้เห็นว่าประชาชนจะต้องรู้เรื่องพลังงาน จะต้องเตรียมตัวไว้ และไม่ใช่แค่นี้ สถานการณ์ของตะวันออกกลางอาจจะไม่จบเร็ว แม้กระทั่งสถานการณ์ข้างบ้าน อย่างเรื่องไทยกับกัมพูชา ก็ยังต้องคอยติดตามคอยเฝ้าระวัง จะต้องมีการจัดการอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะกลายมาเป็นภัยคุกคามได้ต่อไป ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันเท่านั้น

“ขอฝากข้อคิดเตือนใจถึงการทำงานของรัฐบาล แม้จะมองว่าที่ผ่านมาทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ประเด็นที่เปราะบางที่สุดคือ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หากปล่อยให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการประกอบธุรกิจพลังงาน เข้ามามีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดิน จะทำให้เกิดข้อกังขาว่าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งหากประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ อาจนำไปสู่การเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด ที่ผ่านมารัฐบาลทำมาดีแล้ว แต่ก็ฝากให้ทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป สิ่งไหนที่เป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาคนที่อาจจะทำให้รู้สึกได้ว่า มีความขัดแย้ง ประกอบการทำมาหากินของตัวเองไปพร้อมกับการบริหารราชการแผ่นดิน ก็จะกังขาว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม หรือส่วนตน ดังนั้นต้องทำให้ประชาชนไว้วางใจให้ได้ ถ้าประชาชนไม่สามารถไว้วางใจได้ ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง และต้องคิดว่าสถานการณ์นี้อาจจะคงอยู่อีกนาน อาจจะแย่ลง ถ้าไม่เตรียมการ ไม่บริหารให้ดี ไม่จัดการให้ได้ อาจจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตจริงได้” นายเจษฎ์ กล่าว

Leave a comment