เมียนมาเสนอชื่อ “มิน อ่อง หล่าย” เป็นรอง ปธน. ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด

เมียนมาเสนอชื่อ "มิน อ่อง หล่าย" เป็นรอง ปธน. ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด

30 มี.ค. 2569 12:07 น.

เมียนมาเสนอชื่อ “มิน อ่อง หล่าย” เป็นรอง ปธน. ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุด

สภาผู้แทนราษฎรเมียนมาเสนอชื่อ “พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย” ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี จ่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีเต็มตัวในการลงมติวันอังคารนี้ ขณะที่กองทัพขยับแถวตั้ง “พล.อ. เย วิน อู” อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองคนสนิท ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่แทน

สภาผู้แทนราษฎรเมียนมาภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร ได้มีมติเลือก พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้เผด็จการ ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี โดยไม่มีผู้คัดค้าน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถบรรลุความฝันในการก้าวขึ้นเป็น “ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง” อย่างเป็นทางการ

ตามรัฐธรรมนูญฉบับทหารปี 2008 กระบวนการเลือกประธานาธิบดีจะประกอบด้วยตัวแทนจาก 3 กลุ่ม คือ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และกลุ่มตัวแทนจากกองทัพ โดยแต่ละกลุ่มจะเสนอชื่อรองประธานาธิบดีกลุ่มละ 1 คน จากนั้นรัฐสภารวมจะลงมติเลือกผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วนอีก 2 ท่านจะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และ 2 ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในวันอังคารนี้

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับตำแหน่งทางการเมือง พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย จำเป็นต้องสละตำแหน่งทางทหาร โดยในวันเดียวกันได้มีการจัดพิธีส่งมอบตำแหน่งสำคัญในกองทัพ ณ กรุงเนปิดอว์ โดยพลเอก เย วิน อู (Ye Win Oo) อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองและคนสนิทที่ใกล้ชิดที่สุดของมิน อ่อง หล่าย ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทนที่มิน อ่อง หล่าย

ส่วนพลโท จ่อ สวา ลิน (Kyaw Swar Lin) ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพลโท โก โก อู (Ko Ko Oo) ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาธิการทหารสูงสุด ที่ดูแลทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

สำหรับ พลเอก เย วิน อู ถือเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็น “หูเป็นตา” ให้กับมิน อ่อง หล่าย มาโดยตลอด ผ่านการคุมกลไกหน่วยข่าวกรอง การสอดแนมกลุ่มต่อต้าน และดูแลศูนย์สอบสวนที่มีรายงานเรื่องการทรมานผู้เห็นต่างอย่างทารุณ

การขยับสถานะของมิน อ่อง หล่าย จากผู้นำรัฐประหารสู่ประธานาธิบดีในครั้งนี้ ถูกนักวิจารณ์มองว่าเป็นเพียงการ “ผลัดใบ” เพื่อสืบทอดอำนาจในคราบรัฐบาลพลเรือน หลังจากที่เขาทำรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี เมื่อปี 2021 จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่การเลือกตั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็ถูกประณามจากนานาชาติว่าเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อให้กลุ่มสนับสนุนกองทัพได้รับชัยชนะ.

ที่มา AFP / The Irrawaddy

Leave a comment