
GISTDA ดันไทยร่วม NASA ในโปรเจกต์ยักษ์ ‘Artemis’ ลุยสำรวจดวงจันทร์ – ดาวอังคาร
วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จัดการประชุมระดับชาติสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “เครือข่ายความร่วมมือการวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงด้านการสำรวจอวกาศ Artemis Program” โดยมี ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีและมี ดร.ดำรงค์ฤทธิ์ เนียมหมวด รองผู้อำนวยการ GISTDA ,ผู้แทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ,ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ห้อง Infinity Ballroom 2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ
ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษก GISTDA และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมอวกาศโลกกำลังอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จากอดีตที่เทคโนโลยีอวกาศถูกผูกขาดโดยองค์กรรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่แห่ง แต่วันนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “New Space Economy” หรือ เศรษฐกิจอวกาศยุคใหม่ ที่เปิดกว้างให้ภาคเอกชนและประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นผู้สร้างระบบจรวด ดาวเทียม และให้บริการโมเดลธุรกิจใหม่ๆที่ใช้ประโยชน์จากอวกาศได้อย่างไร้ขีดจำกัด
สำหรับ GISTDA การสร้างและเสริมขีดความสามารถด้านอวกาศของไทยให้ไปไกลมากกว่าเดิม คือพันธกิจหลักที่เรามุ่งมั่นทำให้เกิดขึ้นจริงมาโดยตลอด เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี นับตั้งแต่สิ้นสุดโครงการ Apollo ที่เรากำลังจะได้เห็นสหรัฐอเมริกาประกาศส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ภายใต้โครงการ Artemis ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่แค่การไปเยือน แต่คือการสร้าง ‘เศรษฐกิจบนดวงจันทร์’ (Lunar Economy) และใช้เป็นฐานที่มั่นในการสำรวจดาวอังคารต่อไป”
.jpg)
การบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้ ต้องอาศัยการยกระดับระบบนิเวศอวกาศ (Space Ecosystem) แบบก้าวกระโดดและครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรมจรวด ยานอวกาศ เทคโนโลยีการลงจอด ระบบสนับสนุนการดำรงชีพของนักบินอวกาศ ระบบพลังงาน เชื้อเพลิง การสื่อสารขั้นสูง การทำเหมืองแร่บนดวงจันทร์ ไปจนถึงนวัตกรรมด้านการแพทย์อวกาศ วัสดุศาสตร์ และชีววิทยา นี่คือขุมทรัพย์ทางความรู้และเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมโลก และเป็นโอกาสทองที่ประเทศไทยจำเป็นต้องกระโดดเข้าร่วม ไม่ใช่ในฐานะผู้ชม แต่ในฐานะผู้ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ การจัดสัมมนาในวันนี้นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญยิ่งในการผลักดันขีดความสามารถด้านอวกาศของไทย เป็นการรวบรวมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและงานวิจัยจากเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ มาวิเคราะห์จุดแข็งร่วมกัน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดว่า ประเทศไทยจะมีบทบาทในส่วนใดของโครงการสำรวจอวกาศนานาชาติได้บ้าง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการยกระดับองค์ความรู้ให้ทัดเทียมระดับสากล ซึ่งผลลัพธ์อันล้ำค่าจากการระดมความคิดเห็นด้านเทคนิคในวันนี้ จะไม่หยุดอยู่แค่ในห้องประชุม แต่จะถูกนำไปต่อยอดเป็น “สมุดปกขาว” หรือข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่ทรงพลัง เพื่อนำไปใช้ประกอบการเจรจากับตัวแทนจากสหรัฐอเมริกา นำโดย NASA เพื่อจัดทำกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้โครงการ Artemis อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทย
“ไม่ใช่คนทุกเจเนอเรชันที่จะได้มีโอกาสเติบโตและใช้ชีวิตร่วมกับช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ในการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์เหมือนที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า Artemis II จะทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ผมเชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่า หากพวกเราทุกภาคส่วนร่วมมือกันเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เราจะได้เห็นเทคโนโลยี ธงชาติไทย และการมีส่วนร่วมของคนไทย ปรากฏอยู่ในภารกิจ Artemis III หรือ Artemis IV อย่างแน่นอนก้าวต่อไปของ GISTDA และเครือข่ายพันธมิตรทั้ง 40 องค์กร คือการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในวันนี้ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และยืนยันให้ประชาคมโลกเห็นว่า “ศักยภาพของคนไทย สามารถก้าวไกลไปถึงดวงจันทร์”