
นายกฯนำทีมแถลงใหญ่! แฉขบวนการกักตุน-ลักลอบส่งออกน้ำมัน สั่ง DSI ฟันคดีพิเศษ
วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.53 น.
นายกฯนำแถลงพบขบวนการกักตุน-ค้ากำไรเกินควร-ลักลอบส่งออกน้ำมัน แฉลอยเรือกลางทะเลประวิงเวลาหวังรอประกาศขึ้นราคา ยันบริหารจัดการได้ สงกรานต์กลับบ้านไม่ต้องกังวล เดินหน้า ศบก.พลัส ทำงานคำนึงถึงประชาชนเป็นอันดับแรกเสมอตลอดไป
3 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. , นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน , พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะพีละบุตร รอง ผบ.ตร. , นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า , นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ร่วมกันแถลงข่าว
โดยนายกฯ กล่าวว่า การแถลงวันนี้เพื่อต้องการชี้แจงในส่วนของการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงความพยายามปราบปราม ผู้ที่พยายามกักตุน และลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ หรือผู้ที่ทำผิดกฎหมายที่ฉวยโอกาสในการทำให้น้ำมันของประเทศถูกนำไปขายด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) รวมทั้งแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขการป้องกันปราบปรามการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ.2516 ทำการตรวจสอบติดตาม และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กักตุน จนทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ซึ่งตนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ โดยยึดหลักปิดชื่อถือพฤติกรรมไม่ว่าใครก็ตามที่เอาเปรียบประชาชนทำลายความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ หากพบว่าเป็นใครมีอิทธิพลแค่ไหน ก็จะถูกดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดเฉียบขาด ซึ่งตนได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมศุลกากร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจติดตามผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และผู้ค้าระดับกลางที่รับน้ำมันจากผู้ค้า หรือจ็อบเบอร์
นายกฯ กล่าวต่อว่า ผลการตรวจสอบระบบการขนส่งน้ำมันทั้งหมดจนถึงวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา พบรูปแบบการกักตุน และหากำไร ดังนี้ 1.มีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเล โดยลอยลำเรือไว้ไม่ให้ฟีดน้ำมันเข้ามาในคลังตามเวลาปกติ เพื่อหวังว่าจะมีการประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมัน จึงค่อยฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น 2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน และ 3.การขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายใดบ้าง เกี่ยวกับปริมาณของน้ำมันของเรือขนส่งทางทะเล เราเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายกลางทะเล ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการสอบสวน และขยายผล
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนความผิดปกติที่ได้รับการตรวจพบจากการรายงานปริมาณน้ำมัน จากหน่วยตรวจสอบคือกรมเจ้าท่า และกรมธุรกิจพลังงานกับข้อมูลปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นที่ได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต โดยจะตรวจสอบยืนยันจากฐานข้อมูลการเดินเรือของ ศรชล.และจะขยายผลการตรวจสอบจากทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไข เช่น มีการส่งออกน้ำมันเกินที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่
“การกระทำทั้งหมดเป็นการค้ากำไรเกินควร จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในห้วงเวลาที่เกิดวิกฤตพลังงานโลก ทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยราคาส่วนต่างของต้นทุนมากขึ้น จนถึงปัจจุบันกองทุนน้ำมันได้ชดเชยทำให้เกิดการขาดทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่เอาไปสนับสนุนให้กองทุนน้ำมันลิตรละ 17 บาท เรามีเจตนารมณ์ที่ต้องการสนับสนุนประชาชนผู้ใช้น้ำมันที่เป็นคนไทย และผู้สัญจรตามท้องถนน ไม่ใช่สนับสนุนให้เกิดการกักตุนลักลอบน้ำมันของไทยไปขายยังต่างประเทศ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการปราบปรามเรื่องพวกนี้อย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะการขาดน้ำมันทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนจะมอบหมายให้ดีเอสไป ได้ตรวจสอบขยายผลเป็นคดีพิเศษ และดำเนินคดีอย่างเฉียบพลันต่อไป ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอยืนยันต่อประชาชน ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อน และให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้จะใช้มาตรการเชิงป้องกันในการเฝ้าระวังจากสิ่งที่ได้ตรวจพบ ควบคู่กับการดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดต่อไป
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในยุคที่มีวิกฤติขนาดนี้ยังมีคนคิดเอาเปรียบ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกันดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด คาดว่าเราจะสามารถหยุดการกระทำผิดกฎหมายนี้ เพราะตั้งแต่มีเหตุการณ์ก็มีความต้องการน้ำมันมากกว่าเดิมเกือบ 20 ล้านลิตร แสดงว่ามีการซื้อหรือถ่ายน้ำมันออกไปจากระบบ เราไปตรวจสอบในระบบการผลิตและภาคอุตสาหกรรมก็ไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะต้องใช้นำ้มันขนาดนี้จึงสันนิฐานได้ว่าต้องมีการลักลอบหรือกักตุน โดยรวมทีมบูรณาการหน่วยงานปราบปรามไปตรวจสอบและได้พบสิ่งผิดปกติเหล่านี้ โดยลดการกักตนไปได้ 7 – 10 ล้านลิตรต่อวัน แต่ก็ยังมีการใช้มากเกินปกติอยู่ จึงต้องขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่าถ้าใช้อย่างปกติเรื่องการบริหารสถานการณ์น้ำมันจะไม่มีคำว่าขาดแคลน ตอนนี้เราสั่งน้ำมันดิบยืนยันออเดอร์ไปจนถึงต้นเดือน มิ.ย.แล้ว และจะให้วิธีหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆด้วย และหลังจากดำเนินการคิดว่าการที่จะมีน้ำมันออกจากระบบก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น ขอย้ำว่ารัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางให้ปริมาณน้ำมันในประเทศไทยถูกควบคุมและใช้ในประเทศไทยมากที่สุด
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการในทุกส่วน ส่วนที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนในเรื่องราคาน้ำมัน และส่วนที่จะสร้างความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันให้ประชาชนใช้ตามรูปแบบปกติโดยเฉพาะช่วงวันหยุดสงกรานต์ ขอให้ประชาชนมั่นใจ เราได้บริหารจัดการ และเชื่อมั่นว่าจะมีน้ำมันในรูปแบบต่างๆบริการประชาชนในช่วงวันหยุดได้ตามปกติ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกว่าน้ำมันจะขาดไปแล้วกลับบ้านไม่ได้ ถ้าเราใช้แบบสภาวะปกติไม่ต้องเผื่อใส่ในถังใส่แกลอนไปตุนไว้ น้ำมันก็จะมีให้บริการเหมือนทุกปี ซึ่งปีนี้เราป้องกันไว้ว่าเดี๋ยวจะเกิดการขาดบ้างจึงได้ประสานไปยังผู้ประกอบการมาตรา 7 มาตรา 10 ของ พ.ร.บ.น้ำมัน ให้เตรียมพร้อมรถขนส่งในช่วงเทศกาลเป็นพิเศษ จากปกติช่วงเทศกาลรถขนส่งน้ำมันจะกำหนดเวลาการส่งไว้ แต่ปีนี้เพื่อให้ประชาชนคลายกังวลได้ใช้เวลาวันหยุดให้มีความสุขมากที่สุด เราได้ยกเว้นระเบียบให้รถขนส่งน้ำมันถ้ามีการร้องขอจากปั้มต่างๆในเวลาใดที่ขาดก็จะไปเติมให้อย่างทันท่วงที แต่ถ้าเติมใส่ถังใส่แกลอนกลับบ้านก็จะเกิดการขาดน้ำมันให้บริการแน่นอน ถ้าใช้อย่างปกติขับไปถึงบ้านขากลับค่อยเติม ไม่ใช่น้ำมันลดขีดเดียวแล้วเติมเพราะกลัวไม่มีน้ำมันสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ขอให้ทุกท่านเตรียมวางแผนกลับภูมิลำเนาไปฉลองกับครอบครัวอย่างเต็มที่ ส่วนพวกเราจะป้องกันปราบปรามดำเนินคดี ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้มีความมุ่งมั่นปราบปรามและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเอาเปรียบประชาชนในภาวะวิกฤติพลังงานเช่นนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นความพยายามของรัฐบาลในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเรื่องน้ำมันให้มากที่สุด
นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับศบก.ปัจจุบัน ถูกตั้งโดยคำสั่งของนายกฯในรัฐบาลที่กำลังจะสิ้นสุดวาระลง โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการตั้ง ศบก.ใหม่ขึ้นมาตามกฎหมายใหม่ทุกอย่าง รอบแรกเราเน้นเรื่องบริหารจัดการให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศไม่ให้ขาดแคลน แต่ ศบก.ที่จะมาใหม่นี้จะเน้นมาตรการช่วยเหลือประชาชน เน้นเรื่องบริหารจัดการปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องภาวะปัจจุบัน จะมีภารกิจเพิ่มมากขึ้นกว่าชุดเดิม เรียกไว้ว่าเป็น ศบก.พลัส ที่จะมีภารกิจเพิ่มเติมอีกหลายระดับที่ต้องประคับประคองสถานการณ์นี้ต่อไป ประเทศไทยไม่มีน้ำมันของตัวเอง เราต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรามีโรงกลั่น สิ่งที่เราสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้คือเรามีโรงกลั่น เรามีหน่วยงานและบริษัทที่ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง เช่นปตท.และบริษัทในเครือทั่วโลกเชื่อมช่องทางต่างๆที่เขามีเพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะสรรหาน้ำมันดิบเข้ามาในประเทศให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าประชาชนใช้อย่างกังวลก็จะขาดได้ ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลดำเนินการทุกวิถีทาง บางทีไม่ได้พูดไม่ได้แถลงออกมาเยอะ เพราะบางเรื่องเป็นความลับที่ต้องมั่นใจว่าจะปฏิบัติได้ ทำสำเร็จแล้ว ไม่ให้ข่าวรั่ว เราถึงมาแจ้ง ไม่มีอะไรซ่อนเร้นปิดบังข้อมูลกับประชาชน ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลคำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรกเสมอและจะเป็นเช่นนี้ตลอด