กิตติกร เตือนวิกฤตพลังงานแค่เริ่ม จี้รัฐรับมือ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะงัก

กิตติกร เตือนวิกฤตพลังงานแค่เริ่ม จี้รัฐรับมือ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะงัก

กิตติกร เตือนวิกฤตพลังงานแค่เริ่ม จี้รัฐรับมือ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะงัก

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.39 น.

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายกิตติกร โล่ห์สุนทร อดีตประธานคณะกรรมาธิการ การพลังงาน และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาวิกฤตพลังงาน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่พลุกพล่านที่สุดของโลก ประมาณ 20% ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกจะผ่านช่องแคบนี้ และสงครามได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นหากสงครามยืดเยื้อยิ่งส่งผลกระทบกับพลังงานทั้งโลกในระยะยาว ซึ่ง สถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าสงครามจบทันที ยังต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปี สถานการณ์ด้านพลังงานถึงจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

นายกิตติกร กล่าวด้วยว่า การปรับราคาที่ผ่านมา มีความจำเป็นที่ต้องปรับราคาขึ้นไปเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพื่อให้เกิดการประหยัดโดยอาศัยกลไกตลาด ด้านราคาเข้ามาช่วย แต่ควรจะปรับขึ้นที่ละเล็กน้อย และบ่อยขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเก็งกำไร และการกักตุน โดยใช้กองทุนน้ำมัน เป็นเครื่องมือในการปรับราคาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ใช้กองทุนเป็นตัวอุดหนุนราคาทั่วไป เพราะจะใช้เงินจำนวนมากเกินกว่าที่กองทุนจะรับได้ และออก พรก.เงินกู้เท่าไหร่ก็คงไม่เพียงพอ ถ้าจะมีการอุดหนุนราคา ควรเลือกอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่อุดหนุนทั่วไป ซึ่งจะป้องกันการเก็งกำไร และการกักตุนได้ดีกว่า และเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เข้าถึงกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ กลุ่มที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจ และกลุ่มเปราะบาง และยังได้ติดตาม การใช้น้ำมันของประเทศแบบมีประสิทธิภาพ สกัดการเก็งกำไร และการใช้แบบฟุ่มเฟือยก็จะลดน้อยลง

กิตติกร

“รัฐบาลกำลังเผชิญ วิกฤตที่ใหญ่มากในอนาคต ตอนนี้เริ่มที่พลังงาน เป็นด่านแรก ซึ่งเสียดายที่เปลี่ยนผู้มีความเชี่ยวชาญออกไป ต่อไปจะเป็นหน้าที่ของ พาณิชย์ ที่ต้องคุมราคาสินค้าที่จะขึ้นไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะไปจบที่คลังเมื่ออัตราเงินเฟ้อขึ้น วิกฤตครั้งนี้มีโอกาสขยายเป็นวิกฤตขนาดใหญ่ เพราะทั่วโลกจะมีผลกระทบพร้อมกัน ถ้ารัฐบาลบริหารงานไม่ทันกับสถานการณ์ และไม่ใช้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถจริงๆ มาบริหาร วิกฤตครั้งนี้อาจจะจบลงที่ ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน และเงินเฟ้อ (Stagflation) ซึ่งเป็นวิกฤตที่น่ากลัวมาก ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทยคงย้อนกลับไป ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเลย ผู้ที่เข้ามา บริหารงาน พลังงาน พาณิชย์ และ คลัง ควรเป็นมืออาชีพจริงๆ ที่ต้องเข้ามาช่วยกันแก้บัญหาให้กับประเทศไทย” นายกิตติกร กล่าว

Leave a comment